นายกฯ มอบ 6 นโยบาย ดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน แก้ไขปัญหายาเสพติด สร้างอาชีพ-เพิ่มรายได้ “ธรรมนัส” เร่งพัฒนาคุณภาพข้าว รับซื้อข้าวเพื่อชาวนา ราคาเป็นธรรม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น มอบนโยบายรัฐบาลแก่หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น โดยกำชับให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ตามแนวทาง Quick Big Win พร้อมประกาศ 6 นโยบายสำคัญ ได้แก่ 1. จัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล 2. แก้ไขปัญหายาเสพติด ลดผู้เสพ เพิ่มผู้รักษา และปราบปรามผู้ค้า-แหล่งผลิตอย่างจริงจัง 3. การสร้างอาชีพสร้างรายได้เพิ่มให้กับประชาชน 4. ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน 5. ให้ชุมชนมีน้ำดื่มสะอาด 6. โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” กระตุ้นการใช้จ่ายและเศรษฐกิจฐานราก นายกรัฐมนตรี ยังเน้นย้ำว่าความรักและความสามัคคีของคนไทยเป็นพลังสำคัญในการร่วมกันก้าวข้ามทุกวิกฤตของประเทศ ด้านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยี “ข้าวอินทรีย์อีสานล้านไร่” และ “โครงการ วัน วัน วัน รับซื้อข้าวเพื่อชาวนา ราคาเป็นธรรม” ขับเคลื่อนแนวคิดตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร โดยเน้นการพัฒนาข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง การผลิตแบบอินทรีย์เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งไทยและต่างประเทศ ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนทั้งพื้นที่เกษตร การพัฒนาสายพันธุ์ และการผลักดันราคาข้าว เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร

(22 พ.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ ขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่นกว่า 1,000 คน ร่วมรับฟัง

นายอนุทิน กล่าวว่า มีความตั้งใจจะมาพบปะกับเพื่อนข้าราชการและผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นในจังหวัดขอนแก่น ถือเป็นการทำความรู้จักคุ้นเคยกัน โดยมีผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลมาร่วม และแม้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีเวลาไม่นานนัก แต่การทำงานเพื่อประชาชนจะหยุดนิ่งไม่ได้ ถอยหลังไม่ได้ หรือจะไม่ทำอะไรเลยเพื่อรอเลือกตั้งอย่างเดียวก็ไม่ได้ จึงต้องเดินนโยบายต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนควบคู่ไปด้วยอย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ ด้วยการใช้ทุกองคาพยพทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน จึงมีนโยบาย Quick Big Win คำว่า Quick รวดเร็ว Big ครอบคลุม Win เกิดประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด เช่น นโยบาย “โครงการคนละครึ่ง พลัส” ซึ่งทำให้การหมุนเวียนของเงินเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นอย่างเห็นได้ชัด และที่สำคัญคือประชาชนล้วนแล้วแต่มีความพึงพอใจ ทำให้สามารถจับจ่ายใช้สอย เพียงออกเงินครึ่งเดียวและอีกครึ่งหนึ่งทางรัฐช่วยสนับสนุนทำให้คนซื้อก็ซื้อของได้มากขึ้น คนขายก็ขายของได้มากขึ้น “วิน วิน”

นอกจากนี้ยังได้มอบ 6 นโยบายสำคัญ ได้แก่

​1. “การจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล” เพื่อทำให้สังคมมีความสงบเรียบร้อย โดยย้ำว่าความสุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ต้องไม่มีส่วนร่วม ไม่สนับสนุน ไม่สร้างความอยุติธรรมให้กับประชาชนที่ถูกรังแก เพราะคนเหล่านี้คือส่วนเกินของสังคมไทย ทั้งนายอำเภอ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องนำตัวคนเหล่านี้ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยหากเป็นข้าราชการการเมืองหรือข้าราชการประจำก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งวินัยและอาญา 

​2. “การแก้ไขปัญหายาเสพติด” ที่ผ่านมาเน้นการจับกุม แต่การฟื้นฟูยังทำได้ไม่ทั่วถึง ทำให้ผู้เสพกลับมาใช้ยาเสพติดซ้ำ รัฐบาลจึงดำเนินนโยบาย “ลดผู้เสพ เพิ่มผู้รักษา ปราบปรามผู้ค้า และทำลายแหล่งผลิตอย่างจริงจัง”พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมศูนย์พักคอยผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด (Community Isolation : CI) อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ที่ดำเนินการอย่างครบวงจร พร้อมฝากให้ขยายผลส่งเสริมการฟื้นฟูถึงระดับชุมชน โดยให้จัดตั้ง “ศูนย์ฟื้นฟูระดับชุมชน” พร้อมทั้งเร่งค้นหาผู้ติดยาเสพติดในทุกหมู่บ้านเพื่อให้เขาได้รับการฟื้นฟูบำบัดรักษา โดยต้องเริ่มจากสแกนอำเภอ สแกนตำบล สแกนหมู่บ้าน และเมื่อสามารถลดการค้ายาเสพติดในระดับชุมชนได้สำเร็จ จะส่งผลทำให้ภาพรวมระดับประเทศลดลง

​ขณะเดียวกัน การบูรณาการร่วมของตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทหาร และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตอนนี้เราสามารถจับกุมผู้ค้าได้มากขึ้น ทำให้ผู้ลักลอบค้ายาเสพติดต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบ ปรับเปลี่ยนวิธีการในการขนถ่ายขนย้าย เปลี่ยนช่องทาง เปลี่ยนภูมิภาคในการขนย้าย ล่าสุดได้อนุมัติรถเอ็กซเรย์ยาเสพติดเป็นรถโมบายเอ็กซเรย์ยาเสพติด จำนวน 4 คันให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อใช้ในการสแกนการขนถ่ายลำเลียงยาเสพติด ซึ่งคาดว่าจะสามารถป้องกันการค้ายาเสพติดได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

​3. “การสร้างอาชีพสร้างรายได้เพิ่มให้กับประชาชน” เพราะรายได้ของประชาชนคือหัวใจของการพัฒนาชีวิตของพวกเขา ดังนั้น ต้องช่วยกันสนับสนุนการรวมกลุ่มอาชีพเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้มีมาตรฐานและให้มีตลาดที่เขาสามารถขายสินค้าเพื่อสร้างรายได้ โดยให้ทุกจังหวัดช่วยกันทำ “แผนงานสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ที่สามารถวัดผลได้จริง” ด้วยการเชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาล คือ การสนับสนุนสินค้าไทย อาทิ OTOP ที่มีกรมการพัฒนาชุมชนรับผิดชอบ ต้องพัฒนาองค์ความรู้ผู้ประกอบการควบคู่เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ 

4. “การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน” เพื่อเป็นช่องทางให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในพื้นที่ สร้างรายได้ กระจายรายได้ในพื้นที่โดยตรง โดยเน้นจุดแข็งทางด้านวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และธรรมชาติ ซึ่งในแต่ละจังหวัดในแต่ละพื้นที่ก็จะมีจุดแข็งที่เราสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว ทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนในประเทศไม่แพ้คนต่างชาติมาเที่ยวในประเทศไทย พร้อมชื่นชมขอนแก่นเป็นเมืองที่มาท่องเที่ยวได้ มาทำการค้าได้ เป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางความเจริญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเมืองที่ทันสมัย มีต้นทุนทั้งด้านศาสนา วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม พืชผลทางการเกษตร และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางแห่งการสร้างเศรษฐกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือควบคู่ไปกับจังหวัดใกล้เคียง และเป็นชุมทางของรถไฟความเร็วสูงและรถไฟรางคู่ เชื่อมไปยังจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคาย ซึ่งขณะนี้รัฐบาลไทยได้ทำความตกลงกับรัฐบาล สปป.ลาว ในการใช้วิธีการตรวจสินค้าพิธีการศุลกากรที่รวดเร็วที่สุด และเชื่อมเส้นทางการคมนาคมขนส่งเพื่อทำให้เราสามารถส่งสินค้าไปทางประเทศจีนตอนใต้ต่อไปได้ ซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้น 

5. ปัจจัยสาธารณูปโภคต้องมีให้พร้อม “น้ำดื่มสะอาดบริการประชาชน” ได้กำชับให้การประปาส่วนภูมิภาคเร่งขับเคลื่อน “น้ำดื่มสะอาดบริการประชาชน” รวมถึงเรื่องน้ำประปาหมู่บ้าน น้ำบาดาล ที่ต้องทำให้สามารถบริการประชาชน เรียกว่า “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี ต้องเกิดขึ้นกับทุกชุมชน” ทั้งในโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก ตลาด ศูนย์กลางชุมชน

6. “โครงการคนละครึ่ง พลัส” ที่ทำให้ประชาชน 1. มีความสุข 2. มีความสนุกในการจับจ่ายใช้สอยด้วยความเต็มใจ และ 3. ส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้ประชาชนได้ออกมาจับจ่ายใช้สอย เจ้าหน้าที่ต้องดูแลให้พวกเขาได้ใช้สิทธิ์อย่างเต็มที่และครบถ้วน โดยรัฐบาลได้เพิ่มการส่งเสริมการUpskill ให้กับผู้ประกอบการให้ได้รับการเสริมศักยภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า อาทิ การขายออนไลน์ และเมื่อผ่านการพัฒนาจะได้รับประกาศนียบัตรจากรัฐ เพื่อที่จะใช้เป็นหลักฐานในการขอรับการสนับสนุนหรือกู้เงินจากสถาบันการเงินเพื่อเพิ่มทุน เพิ่มศักยภาพการผลิตและจำหน่ายสินค้าต่อไป 

​นอกจากนี้ ยังมีในเรื่องของไฟฟ้าชุมชน ซึ่งมีแผนจะนำร่องแหล่งผลิตไฟฟ้าชุมชนละ 5-10 เมกะวัตต์ ที่สอดคล้องกับกติกาใหม่ของโลกคือ “พลังงานสีเขียว” หรือ พลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ หรือง่ายที่สุดเรียกว่า พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเมื่อผลิตไฟฟ้าของหมู่บ้าน/ชุมชนได้ 

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ความรักความสามัคคี ความรักและหวงแหนความเป็นไทย รักชาติ รักแผ่นดินของคนไทยอย่างเข้มแข็งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สะท้อนผ่านสถานการณ์ความไม่สงบพื้นที่ชายแดน
ไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา ดังนั้นในขณะนี้เมื่อบ้านเมืองเกิดสถานการณ์ภัยธรรมชาติ พวกเราทุกคนไม่ทิ้งกัน ดังนั้นขอให้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ให้ประชาชนได้รับสิ่งที่ดีที่สุดมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

​ขณะที่ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดโครงการยกระดับคุณภาพข้าวหอมมะลิไทยและการตลาดที่ยั่งยืน โครงการ “ข้าวอินทรีย์ อีสานล้านไร่” และ โครงการ “วัน วัน วัน รับซื้อข้าวเพื่อชาวนาราคาเป็นธรรม” ณ สหกรณ์การเกษตร วัน วัน วัน จำกัด ตำบลนาบัว อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อยกระดับคุณภาพข้าวไทยให้มีคุณภาพ ส่งเสริมการทำการเกษตรอินทรีย์ ซึ่งจะมีความปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค รวมถึงผลักดันข้าวหอมมะลิไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีเสถียรภาพ เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีความยั่งยืนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยกรมการข้าว มุ่งขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ให้ได้มาตรฐาน การบริหารจัดการแปลงนาอย่างมีประสิทธิภาพ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต รวมถึงการส่งเสริมการแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และการพัฒนาระบบตลาดให้มีเสถียรภาพ เพื่อให้ข้าวหอมมะลิของไทยมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป้าหมายสำคัญคือจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรซึ่งเปรียบเป็นกระดูกสันหลังของชาติให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน

จังหวัดสุรินทร์เป็น 1 ใน 5 จังหวัดของ “ทุ่งกุลาร้องไห้” ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดีระดับประเทศ และเป็นสินค้า GI ที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัด นอกจากนี้ จังหวัดสุรินทร์ยังมีความเข้มแข็งด้านการรวมกลุ่มของเกษตรกร เช่น เกษตรแปลงใหญ่ ศูนย์ข้าวชุมชน วิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์การเกษตร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างตลาดให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งสหกรณ์การเกษตร วัน วัน วัน จำกัด ที่ได้มาตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ เป็นสหกรณ์ที่รับซื้อข้าวในราคาที่เป็นธรรม และสามารถส่งออกข้าวหอมมะลิไปยังสหภาพยุโรป โดยใช้แนวทางตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ทั้งนี้ได้เน้นย้ำถึงการพัฒนาคุณภาพข้าวให้มีคุณภาพ โดยไม่จำเป็นต้องปลูกในปริมาณที่มาก แต่ต้องปลูกให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยกับผู้บริโภค ทั้งยังเป็นความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับกิจกรรมโครงการสำคัญ 3 โครงการได้แก่

1. โครงการ ยกระดับคุณภาพข้าวของมะลิไทย และการตลาดที่ยั่งยืน

2. โครงการ ข้าวอินทรีย์ อีสานล้านไร่

3. โครงการ วัน วัน วัน รับซื้อข้าวเพื่อชาวนา ราคาเป็นธรรม 

มุ่งวางรากฐานใหม่ของระบบการผลิตไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป ก้าวไปสู่อนาคตที่มีมาตรฐานที่สูงขึ้น มีตลาดรองรับที่ชัดเจน ทั้งในและต่างประเทศ สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร

#นายกมอบ6นโยบายเร่งด่วน #ดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน #พัฒนาคุณภาพข้าว #รับซื้อข้าวเพื่อชาวนาราคาเป็นธรรม#กระทรวงมหาดไทย #กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ #4เดือนทำทันที #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar