ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรจากปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะราคาข้าว โดยมอบหมายให้กรมการข้าวขับเคลื่อนมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2568/69 ให้ครอบคลุมทั้งข้าวนาปีและข้าวนาปรังอย่างมีประสิทธิภาพ นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมเพื่อขับเคลื่อน 3 โครงการภายใต้มาตรการดังกล่าว ได้แก่ 1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี 2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร 3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก เป้าหมาย 4 ล้านตัน เพื่อพยุงราคาข้าวให้เหมาะสมไม่ต่ำกว่าตันละ 12,000 บาท ป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาดและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวไทย และจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวแห่งชาติ ในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ ขณะที่ กรมการข้าวเร่งจัดทำข้อเสนอมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตั้งแต่ต้นปีหน้า ให้มาตรการพร้อมรองรับก่อนฤดูการผลิตใหม่ สร้างความมั่นใจและให้เกษตรกรรับรู้ข้อมูลล่วงหน้าอย่างทั่วถึง
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 68 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนด้านการผลิตที่เป็นกลไกสำคัญใน 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. การยกระดับศักยภาพสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้ และ 2. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรและบุคลากรภาคการเกษตร เพื่อดูแลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรให้อยู่ดีมีสุข มีรายได้ที่มั่นคง และเสริมสร้างให้ภาคเกษตรไทยแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าสานต่อนโยบายเดิม 6 ด้านสำคัญและนโยบาย 3 สร้าง ได้แก่ สร้างรายได้ สร้างตลาด และสร้างโอกาส รวมถึงมาตรการเร่งด่วนในการช่วยเหลือเกษตรกร จากปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เช่น ยาง ข้าว และเร่งมาตรการลดต้นทุนเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวนา โดยมอบหมายให้ กรมการข้าวเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปี 2568/69 ให้ครอบคลุมทั้งข้าวนาปีและนาปรังอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจับมือสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ และโรงสีที่มีศักยภาพนอกพื้นที่ เพิ่มจุดรวบรวมข้าว สร้างกลไกการแข่งขันเพื่อยกระดับราคาข้าวทั้งระบบ
(22 ต.ค. 68) นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนโครงการตามมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2567/68 พร้อมด้วย กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมการข้าว กรมการค้าภายใน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สมาคมโรงสีข้าวไทย และประธานศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางดำเนินงานตามมาตรการฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ประชุมได้ผลักดันการขับเคลื่อนโครงการทั้ง 3 โครงการ ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ “มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2568/69“ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ได้แก่
1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรแสดงความประสงค์เข้าร่วมจำนวนแล้ว 133 แห่ง ในพื้นที่ 37 จังหวัด ใช้วงเงินสินเชื่อรวม 7,638.19 ล้านบาท เพื่อรองรับปริมาณข้าวเปลือกที่จะเข้าร่วมโครงการ 763,819 ตัน จะช่วยลดแรงกดดันจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว และรักษาเสถียรภาพราคาข้าวในระดับที่เหมาะสม
2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2568/69 โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ พบว่ามีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรประสงค์เข้าร่วม 170 แห่ง ใน 40 จังหวัด รวมวงเงินสินเชื่อ 13,766.90 ล้านบาท รองรับข้าวเปลือกกว่า 1.37 ล้านตัน โดยขณะนี้สหกรณ์มีความพร้อมในการรวบรวมข้าวเปลือกตามมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก 428 แห่ง ใน 57 จังหวัด เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 30% รองรับการรับซื้อจากเกษตรกร เป้าหมาย 4 ล้านตันข้าวเปลือก ใช้วงเงินสินเชื่อรวมประมาณ 40,000 ล้านบาท ซึ่งสหกรณ์ทุกแห่งพร้อมรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป
สำหรับปัญหาและอุปสรรคที่ทางสหกรณ์เสนอวันนี้ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายในการวิเคราะห์สินเชื่อ ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้เห็นชอบยกเว้นค่าธรรมเนียมวิเคราะห์สินเชื่อโครงการฯ ให้กับสหกรณ์ทั่วประเทศ ถือเป็นการลดภาระต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่อง ช่วยให้สหกรณ์กว่า 400 แห่งที่เข้าร่วมโครงการสามารถปล่อยสินเชื่อและรับซื้อข้าวจากเกษตรกรได้รวดเร็วขึ้น ถือเป็นอีกกลไกสำคัญที่จะทำให้การพยุงราคาข้าวในปีนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2568/69 ดำเนินการโดยกรมการค้าภายในและสมาคมโรงสี เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการค้าข้าวสามารถรับซื้อและเก็บสต๊อกข้าว 2–6 เดือน มีเป้าหมายปริมาณข้าวเปลือก 4 ล้านตัน โดยภาครัฐสนับสนุนดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี วงเงินงบประมาณจ่ายขาด 642 ล้านบาท จะเริ่มรับซื้อตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2568 ถึง 31 มีนาคม 2569 และสิ้นสุดในวันที่ 31 ตุลาคม 2570
สำหรับ “การระบายข้าวเปลือกตามโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2567/68” ดำเนินการโดย ธ.ก.ส. เพื่อรักษาสภาพคล่องของสหกรณ์และเกษตรกร ซึ่งจะมีการนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวแห่งชาติ (นบข.) ในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ เพื่อกำหนดราคาและแนวทางดำเนินการต่อไป
นายนเรศ กล่าวย้ำว่า “มาตรการทั้งหมดนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ สหกรณ์การเกษตร สมาคมโรงสี และ ธ.ก.ส. เพื่อพยุงราคาข้าวให้มั่นคงในช่วงผลผลิตออกมาก โดยปีนี้เริ่มดำเนินการเร็วขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง 1 เดือน เพื่อให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายข้าวได้ในราคาที่เหมาะสม และไม่ต่ำกว่าตันละ 12,000 บาท และช่วยลดแรงกดดันจากผลผลิตล้นตลาด”
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังเตรียมประสานกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาแนวทางระยะยาวในการบริหารจัดการข้าวอย่างยั่งยืน ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างตลาด การส่งเสริมข้าวพรีเมียม และการสร้างนวัตกรรมการผลิต เพื่อให้ประเทศไทยยังคงความเป็นผู้นำด้านการผลิตข้าวของโลกอย่างมั่นคงต่อไป
ด้านนายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวยังเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติหลังน้ำลด โดยมีแผนในการที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีฟื้นฟูดินและน้ำ รวมถึงการเตรียมสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี และชีวภัณฑ์ย่อยสลายตอซังแก่พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายสิ้นเชิง เพื่อให้ชาวนาสามารถเริ่มเพาะปลูกใหม่ได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนกรมการข้าวได้รับมอบหมายให้เร่งจัดทำข้อเสนอโครงการมาตรการรักษาเสถียรภาพราคา ปีการผลิต 2569/70 ร่วมกับ ธ.ก.ส. และนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตั้งแต่ช่วงต้นปีหน้า เพื่อให้มาตรการพร้อมก่อนฤดูกาลผลิตจริง และครอบคลุมทั้งนาปีและนาปรัง เพื่อสร้างความมั่นใจและให้ชาวนารับทราบข้อมูลล่วงหน้าอย่างทั่วถึง ทั้งหมดนี้เป็นมาตรการเชิงรุกที่กรมการข้าวเป็นแกนกลางในการประสานงานและขับเคลื่อนในการสร้างกลไกตลาดที่เป็นธรรมให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวต่อไป
#กรมการข้าวพยุงราคาข้าวปี68/69เร่งสหกรณ์รับซื้อผลผลิต #รักษาราคาขั้นต่ำตันละ12000บาท #กระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ #กรมการข้าว #4เดือนทำทันที #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง