จากความมุ่งหวังของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย หรือกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน ได้มีโอกาสมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง จึงได้ผลักดันโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” โดยให้กระทรวงคมนาคมใช้พื้นที่รกร้าง หรือไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพของการรถไฟแห่งประเทศไทยมาดำเนินโครงการ ตั้งเป้าหมาย 300,000 หน่วย นำร่องใน 4 พื้นที่ คือพื้นที่โครงการบางซื่อ กม.11 (วิภาวดี) จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่โครงการเชียงราก (ปทุมธานี) และพื้นที่ธนบุรี (17 ม.ค. 68) นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานพิธีเปิดชมห้องตัวอย่าง ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ มีประชาชนสนใจชมห้องตัวอย่างจำนวนมาก ซึ่ง 1 ชั่วโมงแรกของการเปิดระบบให้ประชาชนเข้ามาลงทะเบียนผ่าน www.บ้านเพื่อคนไทย.th มีผู้สนใจลงทะเบียนกว่า 12 ล้านราย ทำให้ระบบล่าช้า โดยประชาชนสามารถเดินทาง เข้ารับชมบ้านตัวอย่าง ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 31 มกราคม 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ
จากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการ เรื่องโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” ให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้รับมอบหมายให้ผลักดันโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” มีวัตถุประสงค์ที่จะสนับสนุนเรื่องที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน (First Jobber) มีโอกาสได้ถือครองและมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
(17 ม.ค. 68) ณ โถงกลางประตู 1 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดชมห้องตัวอย่าง และจองสิทธิ์โครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” ตามนโยบายรัฐบาลที่มีแนวคิดว่าการมีบ้านเป็นของตนเองจะช่วยให้ประชาชนสามารถพัฒนาตนเองและครอบครัวได้อย่างมั่นคง อีกทั้งยังส่งเสริมเศรษฐกิจโดยรวม รัฐบาลจึงเลือกใช้พื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ตั้งอยู่ตามแนวเส้นทางรถไฟ ซึ่งสะดวกต่อการเดินทาง และมีการเชื่อมโยงกับโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในอนาคต ซึ่งมีเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ คือ ผู้สมัครต้องเป็นผู้ไม่มีบ้านหลังแรก และยังไม่เคยขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน เพื่อป้องกันการเก็งกำไรในอนาคต โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานว่า คนไทยกว่า 5.87 ล้านครอบครัว หรือคิดเป็นประมาณ 27% ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง การจะมีบ้านสักหลัง ที่อยู่สบาย ปลอดภัย ทำให้เรามีความสุข คือความฝันของคนไทยหลายคน แต่สถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งราคาบ้าน การซื้อที่ดิน ต้องใช้เงินดาวน์ บ้านที่คุณภาพสูง ทำเลดี ราคาก็จะสูงตามไปด้วย จนทำให้ความฝันที่จะมีบ้านสักหนึ่งหลังเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน รัฐบาลจึงได้ทำโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยทั้งรูปแบบบ้าน และคอนโดมิเนียมบนพื้นที่ของภาครัฐในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยไม่ต้องมีเงินดาวน์ ผ่อนรายเดือนไม่สูง และมีคุณภาพดี เป้าหมายสำคัญของนโยบายนี้ คือ ทำให้คนไทยทุกคนเข้าถึงที่อยู่อาศัย ได้มีบ้านเป็นของตัวเอง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น รัฐบาลจะใช้พื้นที่ของรัฐที่มีศักยภาพมาสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนให้มากที่สุด
รัฐบาลจึงได้เน้นย้ำเรื่องของการช่วยเหลือสนับสนุนพี่น้องประชาชน ผ่านการดำเนินนโยบายที่จะดูแลประชาชนทุกกลุ่มให้เข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ หรือทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและมั่นคงขึ้น ซึ่งโครงการบ้านเพื่อคนไทยจะช่วยสนับสนุนผู้ที่เริ่มทำงาน First Jobber หรือคนที่อยู่ในวัยทำงานที่กำลังพยายามเก็บเงินซื้อบ้านมีบ้านเป็นของตัวเองบนทำเลใกล้รถไฟฟ้า เพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางไปทำงาน ทำให้มีแรงกาย แรงใจในการทำงานเพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ และเพื่อให้พี่น้องคนไทยทุกคนมีกิน มีใช้ มีเกียรติ และมีศักดิ์ศรี
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า บ้านเพื่อคนไทยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับชีวิตของพี่น้องประชาชน ทำให้ประชาชนมีที่ดินเป็นของตัวเอง มีที่อยู่อาศัยอย่างปลอดภัย เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการจะมอบให้ประชาชน โดยหลังจากนี้จะมีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับประชาชนที่สนใจโครงการบ้านเพื่อคนไทยผ่านช่องทางต่าง ๆ ของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนติดตาม Social Media ต่าง ๆ ของภาครัฐ หรือ LINE OA บ้านเพื่อคนไทย เพื่อให้ประชาชนไม่พลาดข้อมูลสำคัญ นอกจากนั้น ประชาชนยังสามารถเดินทางเข้ารับชมบ้านตัวอย่าง ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่วันที่ 17 - 31 มกราคม 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ หลังจากนั้นจะปรับวันและเวลาเข้าชม ให้มีความเหมาะสมกับปริมาณผู้เข้าชมในแต่ละวันต่อไป
“ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยกันดำเนินโครงการบ้านเพื่อคนไทยในระยะนำร่อง ทุกหน่วยงานมีส่วนสำคัญอย่างมากในการผลักดันนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลเพื่อสนับสนุนประชาชน แต่ยังต้องร่วมมือ ร่วมใจผลักดันนโยบายของรัฐบาลในมิติอื่น ๆ เพื่อประเทศชาติและเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป” นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำ จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ทำพิธีเปิดชมห้องตัวอย่าง และจองสิทธิ์โครงการบ้านเพื่อคนไทย ก่อนไปรับชมห้องตัวอย่าง และโมเดลบ้าน ณ บริเวณโถงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
สำหรับโครงการบ้านเพื่อคนไทยช่วยเพิ่มการใช้ประโยชน์จาก ที่ดินของ รฟท. ที่เคยรกร้างว่างเปล่าหรือถูกใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างชุมชนที่มีคุณภาพโดยการวางแผนที่อยู่อาศัยถึง 100,000 ยูนิตในรูปแบบคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวจะช่วยกระตุ้น GDP ของประเทศรวมถึงสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เอื้อมถึงได้
นายกฯ ยืนยัน“โครงการบ้านเพื่อคนไทย” สะดวกสบาย เป็นโครงการที่ดีเพื่อผู้มีรายได้น้อยมีบ้านเป็นของตนเอง
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเปิดโครงการบ้านเพื่อคนไทยว่า ได้ชมห้องตัวอย่างรวมถึงห้องน้ำรู้สึกว่ามีความสะดวกสบาย ขนาดพื้นที่ของโครงการถือว่ามีความเหมาะสมกับครอบครัวที่มีลูก 1 – 2 คน อายุไม่เกิน 10 ขวบ ซึ่งรัฐบาลมุ่งให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงโครงการบ้านเพื่อคนไทย หากประชาชนให้ความสนใจเพิ่มขึ้น รัฐบาลพร้อมพิจารณาแนวทางต่าง ๆ สำหรับการขยายโครงการระยะต่อไป
ส่วนประเด็นที่ว่าโครงการฯ จะส่งผลดีหรือเสียในตลาดอสังหาริมทรัพย์หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้แย่งส่วนแบ่งทางการตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างแน่นอน และโครงการดังกล่าว จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยให้มีสิทธิ์มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองได้
รองนายกฯ สุริยะ ย้ำ โครงการบ้านเพื่อคนไทย มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัย และใช้ประโยชน์จากที่ดินของรัฐอย่างมีศักยภาพ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า โครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของที่อยู่อาศัย ในฐานะปัจจัยพื้นฐานที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และการสร้างโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม (Affordable Housing) โดยนำแนวคิดจากการใช้ประโยชน์จากที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มศักยภาพ มาบริหารจัดการให้เกิดมูลค่าและประโยชน์สูงสุด และยังสอดคล้องกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของรัฐบาล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน สนับสนุน การเดินทางที่สะดวกและเข้าถึงได้ง่าย ระหว่างที่พักอาศัยและสถานที่ทำงาน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรอบสถานีรถไฟ รวมถึงระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างชุมชนที่มั่นคง ยั่งยืน และน่าอยู่อาศัย
กระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด ในฐานะหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญและมีทรัพยากรที่ดินใกล้สถานีรถไฟในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ที่พร้อมตอบสนองเป้าหมายของโครงการฯ เป็นผู้รับผิดชอบการพัฒนาโครงการฯ โดยทำงานร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในขั้นต้นบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด ได้คัดเลือกพื้นที่นำร่องที่มีศักยภาพสูงและพร้อมดำเนินการในทันที จำนวน 4 แห่ง ได้แก่
1) พื้นที่บริเวณพหลโยธินนิคมรถไฟ กม.11 มีขนาดพื้นที่ 38 ไร่
2) พื้นที่สถานีเชียงราก มีขนาดพื้นที่ 5 ไร่
3) พื้นที่สถานีธนบุรี มีขนาดเนื้อที่ 23 ไร่
4) พื้นที่สถานีเชียงใหม่ มีขนาดพื้นที่ 75 ไร่
ระยะนำร่องจะทำ 5,000 หน่วย ก่อนที่จะขยายให้ครอบคลุมตามเป้าหมาย 300,000 หน่วย ซึ่งการดำเนินงานของโครงการฯ ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมในราคาที่จับต้องได้ และอยู่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ แต่ยังเป็นการสนับสนุนการใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างคุ้มค่า สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ในโอกาสนี้ นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้นำนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี พร้อมด้วยสื่อมวลชน ชมห้องตัวอย่างของโครงการฯ และได้กล่าวว่า บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด ได้พัฒนารูปแบบบ้านในโครงการฯ ให้เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายโดยออกแบบเป็น 4 โซน เพื่อรองรับความต้องการเฉพาะของประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ เน้นความสะดวกสบายในการเดินทางและการใช้ชีวิต เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้อย่างเท่าเทียม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. โซนเมือง (Urban Zone) ตั้งอยู่ใกล้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และแนวรถไฟฟ้า จะสร้างในลักษณะคอนโดมิเนียมสูง 8 - 15 ชั้น ห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน พร้อมสวนสาธารณะ ฟิตเนส และพื้นที่พักผ่อน กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ที่ทำงานในเมืองและต้องการเดินทางสะดวก
2. โซนชานเมือง (Suburban Zone) บริเวณแนวเส้นทางรถไฟสายชานเมือง เช่น สายสีแดง และพื้นที่ใกล้สถานี จะสร้างในลักษณะรูปแบบบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น เป็นบ้านแฝด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก สวนสาธารณะ ตลาดชุมชน พื้นที่เล่นสำหรับเด็ก กลุ่มเป้าหมาย คือ ครอบครัวขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
3. โซนภูมิภาค (Regional Zone) ใกล้สถานีรถไฟในหัวเมืองสำคัญ เช่น ขอนแก่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ จะสร้างในลักษณะบ้านเดี่ยว 1 - 2 ชั้น เป็นบ้านพักสำหรับผู้สูงอายุ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะทาง ศูนย์สุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุ พื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง สถานที่จัดกิจกรรมชุมชน
4. โซนอุตสาหกรรม (Industrial Zone) ใกล้พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น อีอีซี (EEC) จะสร้างในลักษณะแบบบ้านที่เป็นหอพักและอพาร์ตเมนต์สำหรับผู้ทำงาน มีลักษณะเป็นบ้านแถว ราคาย่อมเยา มีสิ่งอำนวยความสะดวก ศูนย์อาหารและร้านสะดวกซื้อ และบริการรถรับส่ง
สำหรับโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” มีรูปแบบโครงการที่พักอาศัยในระยะแรก 2 ประเภท ได้แก่
1. คอนโดมิเนียม แบ่งเป็น ห้องพัก 30 ตารางเมตร (1 ห้องนอน) ห้องพัก 40 ตารางเมตร (2 ห้องนอน) ห้องพัก 45 ตารางเมตร (2 ห้องนอน) และห้องพัก 51 ตารางเมตร (2 ห้องนอน)
2.บ้านเดี่ยว 1 ชั้น ขนาด 50 ตารางเมตร บนที่ดิน 50 ตารางวา
คุณสมบัติของผู้ซื้อสิทธิ ดังนี้
• เป็นผู้มีสัญชาติไทย
• เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ณ วันลงทะเบียน
• เป็นผู้ที่มีรายได้ ณ วันลงทะเบียน ไม่เกิน 50,000 บาท/เดือน
• ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างที่อาจใช้พักอาศัยทุกประเภท
• ไม่เคยได้สิทธิ ในโครงการบ้านเพื่อคนไทย
ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของโครงการ www.บ้านเพื่อคนไทย.th หรือผ่านแอปพลิเคชัน “บ้านเพื่อคนไทย”
นายสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จะสามารถส่งมอบโครงการบ้านเพื่อคนไทยรอบแรกได้ประมาณเดือนพฤศจิกายนนี้ในพื้นที่โครงการบ้านเดี่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนพื้นที่บางซื่อ กม.11 คาดว่าจะส่งมอบได้ช่วงกลางปี 2569 ทั้งนี้ หลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบสิทธิโดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และสุ่มจับสลากผู้มีสิทธิโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ประมาณ 3 เดือนนับจากนี้ จะทราบข้อมูลเบื้องต้นถึงปริมาณความต้องการของประชาชนที่จะเข้าร่วมสิทธิ์ และเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ทันที
สำหรับบรรยากาศการเปิดให้ประชาชนเข้าชมห้องตัวอย่าง ของบ้านเดี่ยว และห้องชุดคอนโดมิเนียม โครงการ บ้านเพื่อคนไทย เป็นวันแรกมีประชาชนจำนวนมากให้การตอบรับเดินทางมาเข้าชมเพื่อพิจารณาการตัดสินใจก่อนจองสิทธิเข้าร่วมโครงการ ซึ่ง 1 ชั่วโมงแรกของการเปิดระบบให้ประชาชนเข้ามาลงทะเบียนผ่าน www.บ้านเพื่อคนไทย.th มีผู้สนใจลงทะเบียนกว่า 12 ล้านราย ทำให้ระบบล่าช้า
รู้จักโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย”
โครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” โดยบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด เป็นผู้พัฒนาและบริหารโครงการ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และสอดรับกับนโยบายของรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการศึกษาและพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนชาวไทย โดยนำที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาดำเนินโครงการ ซึ่งจะมีโครงการหรือพื้นที่ดำเนินการที่มีศักยภาพที่สุด 25 พื้นที่ ทั่วประเทศ แต่ในการดำเนินโครงการระยะแรก (โครงการนำร่อง) จะมีพื้นที่โครงการ 4 พื้นที่ (บริเวณสถานีรถไฟ) ดังนี้ พื้นที่โครงการบางซื่อ กม.11(วิภาวดี) พื้นที่ธนบุรี พื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่โครงการเชียงราก (ปทุมธานี) รูปแบบการดำเนินโครงการ เป็นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่รอบสถานีรถไฟและเป็นที่ดินกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้เช่าสิทธิ์การอยู่อาศัยระยะยาว ในราคาที่เหมาะสม
บ้านเพื่อคนไทย จะให้สิทธิเป็นบ้านหลังแรก มีอัตราการผ่อนเริ่มที่ประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน ระยะเวลาผ่อน 30 ปี ในการครอบครองได้รับสิทธิถือครอง 99 ปี
ที่ตั้งโครงการ : โดยโครงการนำร่อง (2568-2569) มีจำนวน 4 พื้นที่ คือ
เงื่อนไขในการซื้อสิทธิโครงการบ้านเพื่อคนไทย
#นายกเปิดโครงการบ้านเพื่อคนไทย #บ้านเพื่อคนไทย #กระทรวงคมนาคม #การรถไฟแห่งประเทศไทย #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง