ความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของกระทรวงการคลัง

ความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของกระทรวงการคลัง

          (16 สิงหาคม 2567) นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าของการดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของกระทรวงการคลังที่ร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ผ่านมาตรการสินเชื่อต่าง ๆ ได้แก่ โครงการสินเชื่อธนาคารประชาชน สินเชื่อเพื่อชำระหนี้สินนอกระบบ สินเชื่อกองทุนหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจน รวมถึงมาตรการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือและรองรับลูกหนี้นอกระบบที่ลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

ประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบได้รับความช่วยเหลือไปแล้ว 16,593 ราย รวมทั้งสิ้น 783.13 ล้านบาท
          ผลการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 – 14 สิงหาคม 2567 มีประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบได้รับอนุมัติให้ความช่วยเหลือทางการเงินไปแล้วจำนวน 16,593 ราย ยอดอนุมัติรวมทั้งสิ้น 783.13 ล้านบาท โดยมีจำนวนประชาชนที่ได้รับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นจากแถลงข่าวกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2567 ทั้งสิ้น 738 ราย หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 4.65 และเป็นยอดอนุมัติที่เพิ่มขึ้น 26.90 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 3.56

ส่งเสริมเจ้าหนี้นอกระบบประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) 
          สำหรับเจ้าหนี้นอกระบบ กระทรวงการคลังได้ส่งเสริมให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) ซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีลักษณะเป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ ทั้งแบบมีหรือไม่มีหลักประกัน มีการพิจารณาสินเชื่อที่ยืดหยุ่น โปร่งใส เป็นธรรม คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก โดยอัตราดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ จะต้องมีอัตราไม่เกิน ร้อยละ 36 ต่อปี จึงเป็นทางเลือกของประชาชนที่จะกู้ยืมเงิน 
          เพื่อเป็นช่องทางให้เจ้าหนี้นอกระบบสามารถเข้ามาประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบให้แก่ประชาชนรายย่อย โดยนิติบุคคล (บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด) ที่สนใจประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ สามารถดูข้อมูลการยื่นคำขออนุญาตได้ที่ www.1359.go.th หรือโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1359

ผลการออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ โดยกระทรวงการคลัง
          ในส่วนของผลการดำเนินการเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์โดยกระทรวงการคลัง มีผลดังนี้

  • เดือนกรกฎาคม 2567 มีนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ และเปิดดำเนินการแล้วสะสมสุทธิ 1,142 ราย ใน 75 จังหวัด 
  • เดือนพฤษภาคม 2567 มีการอนุมัติสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้กับประชาชนรายย่อย สะสมทั้งสิ้น 4,395,922 บัญชี รวมเป็นวงเงิน 42,495.81 ล้านบาท 

          ประชาชนที่สนใจขอกู้สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ทั้ง 75 จังหวัด ได้ที่ www.1359.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1359

ประชาชนที่มีหนี้นอกระบบสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ที่ ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ
          สำหรับประชาชนที่มีหนี้นอกระบบสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือ ณ จุดให้คำปรึกษาปัญหาหนี้นอกระบบของธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามได้ที่ สายด่วนของธนาคารออมสิน โทร. 1115 และ สายด่วนของ ธ.ก.ส. โทร. 0 2555 0555 
          นอกจากนี้ สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาและความช่วยเหลือโดยตรงจากหน่วยงานของภาครัฐผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1599 ศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 1567 ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม โทร. 0 2575 3344 และศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สายด่วน 1359

ธอส. จัดงานมหกรรมแก้ไขหนี้ภาคครัวเรือนพร้อมกันทั่วประเทศ แบบ One Stop Service 
          (17 สิงหาคม 2567) นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ที่ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี ได้ทำให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วมากกว่า 4.4 ล้านครอบครัว จึงขยายผลความช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (SM) และลูกค้าสถานะ NPL ด้วยการจัดงาน “มหกรรมแก้ไขหนี้ภาคครัวเรือน” พร้อมกันทั่วประเทศ (ยกเว้นสาขาธนาคารในห้างสรรพสินค้า) เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2567 เพื่อให้ประชาชนสามารถแก้ไขหนี้กับ ธอส.ได้ครบจบในวันเดียวแบบ One Stop Service โดยลูกค้าสามารถเลือกมาตรการของธนาคาร ที่เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระของลูกค้า เพื่อทำให้ลูกค้ากลับมามีความสามารถในการผ่อนชำระเงินงวดได้ตามปกติ และยังคงรักษาบ้านของตนเองไว้ได้ต่อไป โดยมี 2 มาตรการ ประกอบด้วย

  • มาตรการช่วยเหลือ “DC1” สำหรับกลุ่มลูกค้าสถานะ SM ลูกค้าสถานะ NPL และลูกหนี้สถานะมีโจทก์นอก ที่กู้เงินกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี สามารถผ่อนชำระเงินงวดที่คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยที่ 3.55% ต่อปี และ +100 บาท เป็นระยะเวลา 2 ปี กรณีลูกค้าชำระเกินกว่าที่ธนาคารกำหนด ให้นำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระ (หากมี) ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม  - 30 ธันวาคม 2567
  • มาตรการช่วยเหลือ “DC2” สำหรับกลุ่มลูกค้าสถานะ NPL และลูกหนี้สถานะมีโจทก์นอก ที่กู้เงินกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 4 เดือนแรก 0% ต่อปี โดยผ่อนชำระเงินงวดเพียง 1,000 บาทต่อเดือน เดือนที่ 5-8 ผ่อนชำระเงินงวดที่คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยที่ 1.90% เพียง 50% และ +100 บาท และเดือนที่ 9 - 12 ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยที่ 3.90% เพียง 50% และ +100 บาท กรณีลูกค้าชำระเกินที่ธนาคารกำหนดให้นำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระ (หากมี) ทั้งนี้ ดอกเบี้ย 50% ของงวดที่ 5-12 ธนาคารจะพักชำระไว้ เมื่อลูกค้าผ่อนชำระครบตามเงื่อนไขจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ย 50% ช่วงที่อยู่ในมาตรการ ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม  - 30 ธันวาคม 2567

          ภายในงาน ธอส. ยังนำทรัพย์บ้านมือสอง ธอส. คุณภาพเด่น ทำเลดี และราคาคุ้มค่า มาจำหน่าย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ภายใต้โครงการ “บ้านยิ้มได้ สบาย สบาย” ที่มีเกณฑ์ผ่อนดาวน์ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด เพื่อช่วยลดภาระให้กับผู้ที่สนใจซื้อทรัพย์ภายในงาน ด้วยการมอบสิทธิ์ในการรับสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสุด นานสูงสุด 24 เดือน 

#ความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของกระทรวงการคลัง #สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง #กระทรวงการคลัง #ธนาคารอาคารสงเคราะห์ #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar