ทำความรู้จักอุตสาหกรรมด้านอาหาร อีกหนึ่งไฮไลต์ซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ในงาน “THACCA SPLASH”

ทำความรู้จักอุตสาหกรรมด้านอาหาร อีกหนึ่งไฮไลต์ซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ในงาน “THACCA SPLASH”

          รัฐบาล โดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ประกาศจัดงาน THACCA SPLASH : Soft Power Forum 2024 โดยงานนี้จะเป็นงานยิ่งใหญ่แห่งปี ที่จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Soft Power ของไทยใน 11 ด้านได้แก่ อาหาร ท่องเที่ยว เฟสติวัล กีฬา การออกแบบ ศิลปะ แฟชัน หนังสือ ภาพยนตร์ ดนตรี และเกม ออกสู่สายตาชาวโลก ซึ่งจะช่วยสร้างการรับรู้ ส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ และขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ระดับสากล

          อุตสาหกรรมด้านอาหาร ซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่ดังไกลระดับโลกอีกหนึ่งไฮไลต์ในงาน THACCA SPLASH : Soft Power Forum 2024 ประเทศไทย ถือเป็นผู้ส่งออกสินค้าอาหารอันดับที่ 12 ของโลกปี 2566 มีมูลค่าการส่งออก 1,255,622.69 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 12.80 ของการส่งออกรวมทุกสินค้าในประเทศไทย โดยตลาดส่งออกหลักของสินค้าเกษตรและอาหาร คือ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกมากที่สุด อันดับหนึ่งเป็น ผัก ผลไม้ สดแช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง 248,547.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +21.70 อันดับสองเป็นข้าว 178,135.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +29.33% และอันดับสามคือ ไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป 140,770.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +018% (ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ) ซึ่งล้วนแล้วแต่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในตลาดโลก

          ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหารไทย มาจากการเติบโตของประชากรโลกและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมผู้สูงวัยการเปลี่ยนแปลงสภาวะสิ่งแวดล้อมรวมถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลให้ประเทศต่างๆ เกิดความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร

          อุตสาหกรรมอาหารไทยสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกได้ด้วยจุดแข็งหลายประการ เช่น การมีผลิตผลทางการเกษตรที่หลากหลายสามารถนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตและแปรรูปอาหารประเภทต่างๆ ได้ตลอดทั้งปีมีศักยภาพสูงในการเป็นผู้ผลิตอาหาร มีความพร้อมด้านทักษะฝีมือแรงงาน วิชาการ และเทคโนโลยีการผลิตและแปรรูปที่ทันสมัยและครบวงจรได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่หลากหลาย ที่สำคัญ ทำเลที่ตั้งของประเทศไทยยังเหมาะสำหรับการขนส่งและการกระจายสินค้าอาหารไปยังตลาดเป้าหมายด้วย

          โดยคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร พร้อมแล้วสำหรับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทั้งระบบ เพื่อรองรับการขยายตัว ทั้งภาคการผลิต
เพื่อจำหน่ายในประเทศและอุตสาหกรรมการผลิตที่เน้นการ ขณะที่การส่งออกอาหารไทยในปี 2567 คาดว่าจะมีมูลค่า 1.65 ล้านล้านบาทขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.0 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนาและตลาดเกิดใหม่ที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งตามภาคบริการและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
สินค้าอาหารไทยได้รับประโยชน์จากการที่ประเทศคู่ค้ากังวลเรื่องความมั่นคงทางอาหาร เช่น เดียวกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ผลผลิตการเกษตรลดลง
ความต้องการอาหารเพิ่มขึ้น รวมถึงเงินบาทผันผวนน้อยลง โดยในปี 2567 คาดว่าจะมีค่าเฉลี่ย 35.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการส่งออกสินค้าอาหารไทย

          ด้วยเจตนารมณ์และหมุดหมายที่สำคัญของอุตสาหกรรม ซึ่งจะผลักดันแนวทางการดำเนินธุรกิจสร้างสรรค์ เช่น รวมทั้งบทบาทผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่อไปในอนาคตทั้งในระดับประเทศและในระดับสากล หรือ Crafting Sustainable Thai Food Industry มุ่งมั่นพัฒนา ส่งเสริม และยกระดับอาหารไทยใน 4 มิติ QUALITY มีคุณภาพ / COMPETITIVE แข่งขันได้ / INNOVATIVE มีนวัตกรรม และSUSTAINABILITY ความยั่งยืน ผ่านการพัฒนาและสร้างทักษะให้แก่ทรัพยากรด้านบุคคลจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ Ecosystem ของอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการ 1 หมู่บ้าน 1 เชฟอาหารไทย ตั้งเป้าพัฒนาเชฟชุมชนให้ครบทั้ง 79,000 หมู่บ้านทั่วประเทศไทย สู่การต่อยอดและส่งเสริมให้มีร้านอาหารไทยทั่วโลก 100,000 แห่ง ภายในปี 2570

          เชฟชุมพล แจ้งไพร ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร กล่าวว่า การพัฒนาเชฟในโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 เชฟอาหารไทย ทุกคนจะต้องเป็น Brand Ambassador และ Salesman ของหมู่บ้านตัวเอง ในการขายผลิตภัณฑ์ หรือแนะนำสินค้าเกษตรดีๆ ของชุมชม ให้กับชาวโลกให้รู้จัก โดยใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ในการแนะนำว่า หมู่บ้าน-ตำบล-อำเภอ-จังหวัด นี้มีอะไรดี เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทย ทั้งต้นนํ้า กลางนํ้า และปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่การฝึกฝน ฝึกงาน หางาน ซึ่งจะมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพ และต้องการเพิ่มโอกาส เพิ่มรายได้ ให้กับประชาชน ทั้งนี้หลักสูตรการเรียน ประกอบด้วยภาคทฤษฎี 30% และภาคปฏิบัติ 70%  จำนวน 240 ชั่วโมง อาทิ
          1) หลักสูตรทำกินได้ ทำขายดี นำร้านอาหารเจ้าดังที่ประสบความสำเร็จ มาถ่ายทอดหลักสูตร 2) MBA Chef หลักสูตรสำหรับเชฟที่มีความรู้พื้นฐานและต้องการ Upskill หลักการบริหารครัว บริหารคน และบริหารคอร์ส 3) Thai Restaurant Entrepreneur หลักสูตรการสร้างเจ้าของร้านอาหารไทย สร้างองค์ความรู้ในการบริหารจัดการทุกมิติ

          สำหรับไฮไลต์ของอุตสาหกรรมด้านอาหารในงาน “THACCA SPLASH” คือ นิทรรศการในหัวข้อ Discover New Flavors of Thailand เพื่อเปิดประสบการณ์รสชาติใหม่ของอาหารไทย อาทิ อาหารชาววัง อาหารภาคเหนือ  อาหารภาคอีสาน อาหารภาคกลาง อาหารภาคใต้ อาหารริมทาง (Street Food)  อาหารอนาคต (Future Food) และนิทรรศการโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 เชฟอาหารไทย รวมถึงเวทีและเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของเหล่าผู้นำในอุตสากรรมอาหาร และการส่งต่อแรงบันดาลใจโดยเชฟอาหารไทยที่ได้รับมิชลินสตาร์  และผู้ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมอาหารไทย ในโซน SPLASH POD  เพื่อสร้างกระตุ้นความสนใจ สร้างแรงบันดาลใจ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง

          งาน THACCA SPLASH : Soft Power Forum 2024 ที่จะจัดขึ้นวันที่ 28-30 มิถุนายน 2567 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งานนี้จะเป็นพื้นที่สร้างโอกาส สร้างแรงบันดาลใจ เติมเต็มพลัง และสานความฝันทุกคนให้เป็นจริ ตลอด 3 วันทุกคนสามารถเข้าร่วมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ข้อมูลเพิ่มเติม

          ช่องทางการรับทราบข้อมูลข่าวสารการจัดงาน THACCA SPLASH สามารถติดตามได้ที่ thacca.go.th หรือ เพจเฟซบุ๊ก THACCA - Thailand Creative Culture Agency

#THACCA #SPLASH #SOFTPOWERFORUM2024


image รูปภาพ
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar