ภายหลังมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แต่จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาส่งผลต่อการจัดการเลือกตั้ง กกต. จึงกำหนดแนวทางการจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว สุรินทร์ และอุบลราชธานี โดยจะจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งแก่ประชาชนในศูนย์อพยพ ประสานหน่วยงานรัฐจัดรถรับส่งผู้ไปใช้สิทธิและให้ กกต. ประจำเขตพิจารณาปรับเปลี่ยนหน่วยและสถานที่เลือกตั้ง ให้เดินทางสะดวกและปลอดภัย โดยต้องอยู่ภายในเขตเลือกตั้งตามกฎหมาย ส่วนผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ ให้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกลงทะเบียนแจ้งเหตุที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิแก่ประชาชนในศูนย์อพยพ ทั้งนี้ กกต. ได้จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการประจำศูนย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงและนำเสนอแผนการจัดการเลือกตั้ง สส. เพื่อให้การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และ ชอบด้วยกฎหมาย ขณะที่ กกต. ประจำกรุงเทพมหานคร ซักซ้อมความเข้าใจคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ ที่ทำหน้าที่รับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง รับสมัครวันแรกในวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่อาคารกีฬาเวศน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง โดยเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 27 - 31 ธันวาคม 2568และรับสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อระหว่างวันที่ 28 - 31 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะกรุงเทพมหานคร
(25 ธ.ค. 68) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่อง แนวทางดำเนินการการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในเขตเลือกตั้งที่มีสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา
โดยที่ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า เกิดสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา อันส่งผลกระทบต่อการดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 และมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ประกอบมาตรา 5 มาตรา 30 มาตรา 33 และมาตรา 107 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงมีมติให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งและผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งในจังหวัดจันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว สุรินทร์ และอุบลราชธานี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ดังต่อไปนี้
1. การปิดประกาศใด ๆ ตามที่กฎหมายหรือระเบียบกำหนด เมื่อได้ปิดประกาศ ณ ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง หรือสถานที่ที่ประชาชนสะดวกในการตรวจสอบแล้ว ให้ดำเนินการประกาศในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบหรือวิธีการอื่นใดที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกด้วย หากไม่สามารถปิดประกาศ ณ ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง หรือสถานที่ที่ประชาชนสะดวกในการตรวจสอบได้ ให้ถือว่าการประกาศในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบหรือวิธีการอื่นใด เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว
2. กรณีจัดส่งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในทะเบียนบ้านพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งไปยัง
เจ้าบ้านในเบื้องต้น ให้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด หากไม่สามารถจัดส่งได้ ให้รายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบและให้เก็บรักษาเอกสารดังกล่าวไว้ในที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุดลง แล้วจึงจัดส่งเอกสารดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
3. จัดให้มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่ในศูนย์อพยพลงทะเบียน ขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง ภายในระยะเวลา ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวัน และเวลายื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อน วันเลือกตั้ง โดยขอความร่วมมือให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้งที่มีความปลอดภัยและอยู่ใกล้เคียงกับเขตเลือกตั้งที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบ และในวันออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งให้ประสานหน่วยงานของรัฐ จัดพาหนะรับส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลาง นอกเขตเลือกตั้งดังกล่าวด้วย
4. การจัดหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งที่อยู่ในเขตเลือกตั้ง หากยังมีสถานการณ์ความไม่สงบ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งพิจารณาเปลี่ยนแปลงเขตของหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งสามารถเดินทางได้สะดวกและปลอดภัย โดยหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งดังกล่าวต้องอยู่ในเขตเลือกตั้งตามมาตรา 30 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
5. ภายใน 7 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ให้ประสานนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น จัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือผู้มีสิทธิเลือกตั้งในศูนย์อพยพที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย
(26 ธ.ค. 68) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการประจำศูนย์อำนวยการและประสานงานการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ ครั้งที่ 1/2568 ผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย คณะกรรมการอำนวยการประจำศูนย์อำนวยการและประสานงานการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ ตามคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 3262/2568 ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เพื่อให้การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ เป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย
การประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อชี้แจงคณะทำงานที่รับผิดชอบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ โดยมีการนำเสนอแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อมูลพื้นฐานเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเตรียมการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ การลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร / นอกเขตเลือกตั้ง / ในเขตเลือกตั้ง การเตรียมการออกเสียงลงคะแนนนอกราชอาณาจักร การเตรียมการด้านสืบสวนไต่สวนและวินิจฉัย การเตรียมการด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง
การเตรียมการด้านการรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการมีส่วนร่วม การเตรียมการด้านอำนวยความสะดวกคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ การเตรียมการตรวจสอบความเป็นพรรคการเมืองสาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และสมาชิกพรรคการเมือง การเตรียมการด้านการบริหารงบประมาณ การเตรียมการด้านการสังเกตการณ์การเลือกตั้งของผู้แทนต่างประเทศ การเตรียมการด้านการติดตามและประเมินผลการเลือกตั้ง การเตรียมการด้านบัตรเลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์ ระบบสื่อสาร และระบบไฟฟ้า
นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำกรุงเทพมหานคร ยังได้ประชุมชี้แจงซักซ้อมความเข้าใจคณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่ ที่ทำหน้าที่รับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้งในวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันรับสมัครวันแรก ที่อาคารกีฬาเวศน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กำหนดเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 27 -31 ธันวาคม 2568 โดยมีการซักซ้อมเสมือนจริงตั้งแต่ขั้นตอนแรก ให้ผู้สมัครที่เดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครก่อนเวลา 8.30 น. ลงทะเบียนด้านหน้าเรียงตามเขต และตรวจสอบเอกสารการสมัคร เมื่อถึงเวลารับสมัครจะมีการประชุมเพื่อให้ผู้สมัครในแต่ละเขตตกลงกันเพื่อยื่นเอกสาร หากไม่สามารถตกลงกันได้จึงจะเข้าสู่กระบวนการจับสลาก โดยตามขั้นตอนจะมีการจับสลาก 2 ครั้ง คือ ผู้อำนวยการเขตจับสลากเลือกผู้สมัครเพื่อที่จะมาจับสลาก ครั้งที่ 2 เลือกลำดับที่ยื่นเอกสารการสมัครซึ่งจะเป็นหมายเลขที่ผู้สมัครจะนำไปใช้ในการหาเสียงต่อไป และรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ ระหว่างวันที่ 28 - 31 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรม เซ็นทารา ไลฟ์ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะกรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ กกต. ได้จัดทำคู่มือสำหรับผู้สมัครและพรรคการเมือง เพื่อให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง รวมถึงเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการและการเตรียมการด้านเอกสารหลักฐานประกอบการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ทางเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริการสายด่วน 1444
#กกตประกาศแนวทางจัดเลือกตั้งสสในพื้นที่7จังหวัดชายแดนไทยกัมพูชา #ตั้งหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ปลอดภัย #อำนวยความสะดวกประชาชนในศูนย์อพยพลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต #สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง