กระทรวงอุตสาหกรรม นำโดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ พร้อม “ทีมสุดซอย” ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจโกดังย่านบางขุนเทียน 2 แห่ง พบสินค้าด้อยมาตรฐานและสวม มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) ปลอมกว่า 642,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นภัยต่อความปลอดภัย เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร เพลิงไหม้ และสารปนเปื้อน จึงใช้เทคโนโลยี “มอก. วอตซ์” และการสแกนเชิงลึกปิดช่องโหว่ต้นทาง เสนอแก้กฎหมายเพิ่มโทษ และให้ DSI รับเป็นคดีพิเศษเพื่อขยายผลปราบปราม ขณะเดียวกัน บอร์ด สมอ. เห็นชอบให้แผงโซลาร์เซลล์และชุดชาร์จรถ EV เป็นสินค้าควบคุม ต้องได้มาตรฐานภายในปี 2569 เพื่อป้องกันอุบัติภัยและเพิ่มความปลอดภัยผู้ใช้ รวมถึงอนุมัติมาตรฐานใหม่ 60 รายการ ครอบคลุมหลายสาขา พร้อมจัดทำเพิ่มอีก 14 มาตรฐานในปี 2568 โดยเปิดช่องทาง “แจ้งอุต” และไลน์ @traffyfondue ให้ประชาชนร้องเรียนสินค้าที่ไม่มี มอก. เพื่อให้ตรวจสอบทันที
(10 ส.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีฯ และหัวหน้าชุด “ทีมสุดซอย” นำกำลังร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังสินค้าย่านบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 2 แห่ง ซึ่งเป็นเครือข่ายสำคัญในการลักลอบนำเข้าสินค้าไม่มีมาตรฐานและสวมเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ปลอมพบของกลางรวมกว่า 642,000 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาทการตรวจสอบพบว่า โกดังแรกของ บริษัท เอช เอส 138 จำกัด มีหลอดไฟ พัดลม เตารีด ลำโพงบลูทูธ และหลอดไฟ LED รวม 42,263 ชิ้น ส่วนใหญ่ไม่มีมาตรฐาน มอก. หรือมี QR Code ปลอม ส่วนโกดังของ บริษัท ดีเอส ทูลส์ จำกัด พบฝักบัวอาบน้ำ ก๊อกน้ำ ปลั๊กไฟ สวิตช์ไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้ารวมกว่า 600,000 ชิ้น ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานหรือสวมเครื่องหมาย มอก. ปลอม เจ้าหน้าที่ได้อายัดของกลางทั้งหมดและเสนอให้ DSI รับเป็นคดีพิเศษเพื่อขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องทั้งเครือข่าย
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ปรากฏการณ์สินค้าผิดมาตรฐานที่ทะลักเข้ามาทางตลาดทั่วไปและออนไลน์ ไม่เพียงเป็นภัยร้ายแรงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเดินหน้าปราบปรามเชิงรุก ใช้เทคโนโลยี “มอก. วอตซ์” และการสแกนเชิงลึกในโรงงานและโกดังเพื่อปิดช่องโหว่ตั้งแต่ต้นทาง พร้อมเตรียมแก้กฎหมายให้บทลงโทษเข้มงวดขึ้น โดยย้ำว่า รัฐบาลยืนยันว่า จะคุ้มครอง ความปลอดภัยของประชาชนและความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ ทุกสินค้าที่วางขายในประเทศไทยต้องมีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพื่อให้คนไทยมั่นใจได้ว่าชีวิตและทรัพย์สินปลอดภัย และผู้ประกอบการที่ซื่อสัตย์สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม
(9 ส.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายให้ สมอ. ควบคุมแผงโซลาร์เซลล์ทั้งที่ผลิตในประเทศ และนำเข้ามาจำหน่ายต้องได้มาตรฐาน เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (บอร์ด สมอ.) เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้ “แผงโซลาร์เซลล์ หรือ แผงเซลล์แสงอาทิตย์” เป็นสินค้าควบคุมต้องได้มาตรฐาน จากเดิมที่ประกาศเป็นมาตรฐานทั่วไป ซึ่งมีผู้ผลิตภายในประเทศได้รับใบอนุญาตจาก สมอ. แล้ว จำนวน 8 ราย
นายเอกนัฏ ระบุว่า “ปัจจุบันแผงโซลาร์เซลล์เป็นสินค้าที่ประชาชนนิยมใช้ในการกักเก็บพลังงานทดแทน สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านจำหน่ายในท้องตลาด และผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งไม่มีการตรวจสอบระบบการควบคุมคุณภาพ และตรวจสอบผลิตภัณฑ์ว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ ดังนั้นการที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดให้เป็นสินค้าควบคุม ก็จะสามารถกำกับดูแลสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันสินค้าที่ สมอ. ควบคุมมีจำนวน 147 รายการ ครอบคลุมสินค้ากว่า 300 ผลิตภัณฑ์ ที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าจะต้องขออนุญาตจาก สมอ. ก่อน หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีเป็นผู้รับใบอนุญาตนำเข้าแต่นำสินค้าไม่ได้มาตรฐานเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
ด้านนายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรฐานแผงโซลาร์เซลล์ ที่บอร์ด สมอ. เห็นชอบในครั้งนี้ มีด้วยกัน 2 มาตรฐาน ได้แก่
1. มาตรฐานแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกซิลิคอน
2. มาตรฐานคุณสมบัติด้านความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งมีข้อกำหนดสำหรับ
การทดสอบด้านความปลอดภัยที่สำคัญ เช่น การทนความร้อน การตัดไฟ การป้องกันไฟรั่ว การลามไฟ ระบบป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนจนเกิดการลุกไหม้ เป็นต้น
รวมทั้งเห็นชอบชุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมอีก 3 มาตรฐาน ได้แก่
1) มาตรฐานของชุดชาร์จแบบพกพาที่ใช้ได้กับไฟบ้านทั่วไป
2) มาตรฐานชุดชาร์จที่ใช้ได้กับไฟบ้าน ติดตั้งถาวรในบ้านและสถานที่สาธารณะทั่วไป
3) มาตรฐานชุดชาร์จแบบฟาสต์ชาร์จที่จ่ายไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งชุดชาร์จประเภทนี้ส่วนใหญ่จะติดตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมัน
ทั้งนี้ สมอ. จะเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้ทั้ง 5 มาตรฐานดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายภายในปี 2569
นอกจากนี้ บอร์ดยังเห็นชอบมาตรฐานสินค้าและมาตรฐานวิธีทดสอบต่าง ๆ รวมจำนวน 60 มาตรฐาน เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ – คลาวด์คอมพิวติง (cloud computing) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things (IoT) กายอุปกรณ์เทียมและกายอุปกรณ์เสริม เลนส์ตาเทียม น้ำมันหอมระเหย หน่อไม้ในภาชนะบรรจุปิดสนิท น้ำยางข้นธรรมชาติโปรตีนต่ำ เครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ เป็นต้น พร้อมทั้งเห็นชอบรายชื่อมาตรฐานที่ สมอ. จะจัดทำเพิ่มเติมในปี 2568 อีก 14 มาตรฐาน รวมเป็น 785 มาตรฐาน เช่น เหล็กเส้นสำหรับคอนกรีตอัดแรง รางสายไฟแบบตะแกรง เม็ดยาง กระเบื้องเซรามิกมุงหลังคา แผ่นผนังเซรามิกมวลเบา เป็นต้น
หากประชาชนพบเห็นการขายสินค้าที่ไม่มีเครื่องหมาย มอก. ทั้งตามร้านค้าทั่วไป หรือช่องทางออนไลน์ สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์ม “แจ้งอุต” หรือไลน์ไอดี @traffyfondue เลือกไปยัง “แจ้งอุต” โดยเมื่อได้รับแจ้ง ทีมสุดซอยของกระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการตรวจสอบทันที
#เอกนัฏผนึกทีมสุดซอยDSIลุยปราบสินค้าด้อยมาตรฐานยึดกว่า6แสนชิ้น #ทีมสุดซอย #ปราบสินค้าด้อยมาตรฐาน #กระทรวงอุตสาหกรรม #สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง