เปิดหลักเกณฑ์หน่วยงานรัฐช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ ความเสียหายด้านการเกษตร ที่อยู่อาศัย และการดำรงชีพ จากเหตุปะทะไทย-กัมพูชา 

หน่วยงานราชการหลายหน่วยงาน ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ สำนักงานประกันสังคม และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้กำหนดหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างครอบคลุมทุกมิติ ทั้งกรณีพลเรือนที่เสียชีวิต บาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิต บาดเจ็บ รวมถึงความเสียหายของที่อยู่อาศัย พื้นที่เกษตร ประมง ปศุสัตว์ และการดำรงชีพ โดยนางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการดำเนินการของรัฐบาล ว่า รัฐบาลยังมีภารกิจสำคัญ ในการดูแลความปลอดภัย และพาประชาชนกลับภูมิลำเนาในพื้นที่ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าปลอดภัย 100% ด้านฝ่ายความมั่นคงอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการเก็บกู้จรวด BM-21 ที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยสำหรับประชาชนในการเตรียมตัวกลับภูมิลำเนาและเร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น และในวันที่ 9-10 สิงหาคมนี้  จะมีรัฐมนตรีลงพื้นที่ 4 จังหวัด เพื่อติดตามสถานการณ์และพบปะประชาชนในพื้นที่

(9 ส.ค. 68) หลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย (ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันและต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน) กรณีเสียชีวิต - ค่าจัดการศพ รายละ 29,700 บาท

       - กรณีผู้เสียชีวิตเป็นผู้หาเลี้ยงหรือเป็นหัวหน้าครอบครัว สงเคราะห์เพิ่มอีก 29,700 บาท

       - บาดเจ็บสาหัส ที่ต้องรักษาตัวในสถานพยาบาลติดต่อกันเกิน 3 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 4,000 บาท

       - บาดเจ็บถึงขั้นพิการ ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ ได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 13,300 บาท

       - ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่รักษาตัวในสถานพยาบาล รายละไม่เกิน 2,300 บาท (ค่าปลอบขวัญ)

ที่อยู่อาศัย   

- ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำซึ่งผู้ประสบภัยเป็นเจ้าของบ้านได้รับความเสียหาย ได้รับเงินช่วยเหลือเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 49,500 บาท พืชผลทางการเกษตร ช่วยเหลือตามจำนวนที่เสียหายจริงไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ดังนี้

ㆍ ข้าว ไร่ละ 1,340 บาท

ㆍ พืชไร่/พืชผัก ไร่ละ 1,980 บาท

ㆍ ไม้ผล/ไม้ยืนต้น ไร่ละ 4,048 บาท

การดำรงชีพ

- ค่าใช้จ่ายดำรงชีพเบื้องต้น กรณีที่พักอาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง ครอบครัวละไม่เกิน 3,800 บาท

- ค่าดัดแปลงสถานที่พักชั่วคราว ได้รับเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินครอบครัวละ 2,500 บาท

- เครื่องนุ่งห่ม รายละไม่เกิน 1,100 บาท

- ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ หรือทุนหาเลี้ยงชีพ ครอบครัวละไม่เกิน 11,400 บาท

- กรณีเช่าบ้านผู้อื่นอยู่ และได้รับความเสียหายจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน เดือนละไม่เกิน 1,800 บาท ไม่เกิน 2 เดือน

การประมง

- กุ้ง/หอย ไร่ละ 11,780 บาท ไม่เกิน 5 ไร่

- ปลา/สัตว์น้ำ ในบ่อดิน ไร่ละ 4,682 บาท ไม่เกิน 5 ไร่

- สัตว์น้ำกระชัง บ่อชีเมนต์ ตารางเมตรละ 368 บาท ไม่เกิน 80 ตารางเมตร

ปศุสัตว์

- ชดเชยค่าพันธุ์สัตว์กรณีสัตว์ตาย

ㆍโค 13,000 - 35,000 บาท ไม่เกินรายละ 5 ตัว

ㆍกระบือ 15,000 - 39,000 บาท ไม่เกินรายละ 5 ตัว

ㆍแพะ/แกะ 1,500 - 3,000 บาท ไม่เกินรายละ 10 ตัว

ㆍไก่ 20 - 100 บาท แล้วแต่ชนิด ไม่เกินรายละ 1,000 ตัว

กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี (ตามมติ ครม. ครั้งที่ 31/2568 วันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2568) เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ

- ประชาชน อัตรา 8,000,000 บาทต่อราย

- เจ้าหน้าที่ของรัฐ (ทหาร ทหารพราน ตำรวจ ตำรวจตระเวนชายแดน) อัตรา 10,000,000 บาทต่อรายบาดเจ็บสาหัส

- ประชาชน อัตรา 800,000 บาทต่อราย

- เจ้าหน้าที่ของรัฐ (ทหาร ทหารพราน ตำรวจ ตำรวจตระเวนชายแดน) อัตรา 1,000,000 บาทต่อรายบาดเจ็บมาก

- ประชาชน อัตรา 400,000 บาทต่อราย

- เจ้าหน้าที่ของรัฐ (ทหาร ทหารพราน ตำรวจ ตำรวจตระเวนชายแดน) อัตรา 500,000 บาทต่อราย

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยเหลือเป็นเงินหรือสิ่งของ ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อครั้ง ต่อครัวมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เสียชีวิต รายละไม่เกิน 10,000 บาท

สำนักงานประกันสังคมเสียชีวิต

- ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 ได้รับเงินค่าจัดการศพ รายละ 50,000 บาท

 - ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้รับเงินค่าจัดการศพ รายละ 25,000 หรือ 50,000 บาท

 - กรณีทุพพลภาพรุนแรง ได้รับในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเป็นรายเดือน ตลอดชีวิต

 - กรณีทุพพลภาพไม่รุนแรง ได้รับตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาตามประกาศฯ กำหนด

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมเสียชีวิต

- ค่าตอบแทนการเสียชีวิต 100,000 บาท

 - ค่าจัดการศพ 20,000 บาท

 - ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู ไม่เกิน 40,000 บาท

 - ค่าความเสียหายอื่น ไม่เกิน 40,000 บาท บาดเจ็บ - ค่ารักษาพยาบาล ไม่เกิน 40,000 บาท

 - ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ ไม่เกิน 20,000 บาท

 - ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ตามค่าจ้างขั้นต่ำ แต่ไม่เกิน 1 ปี

 - ค่าตอบแทนความเสียหายอื่น ไม่เกิน 50,000 บาท 

หลังการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า รัฐบาลยังมีภารกิจสำคัญ ในการดูแลความปลอดภัย และพาประชาชนกลับภูมิลำเนาในพื้นที่ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าปลอดภัย 100% อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังมีจรวด BM-21 ที่ยังไม่ได้เก็บกู้และหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ ฝ่ายความมั่นคงอยู่ระหว่างการเร่งเก็บกู้เพื่อให้พื้นที่มีความปลอดภัยสำหรับประชาชนในการเตรียมตัวกลับภูมิลำเนา และเร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้าสำรวจได้ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด กระทรวงมหาดไทยจะเร่งเยียวยาในทุกมิติ ส่วนการพาประชาชนที่ได้รับผลกระทบกลับบ้านขณะนี้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการประสานกับหน่วยทหารในพื้นที่เพื่อร่วมกันพิจารณาว่าพื้นที่ใดที่มีความปลอดภัยเพียงพอจะพิจารณาให้กลับได้ทันที พร้อมย้ำว่าเป้าหมายที่สำคัญที่สุด ขณะนี้คือการพาประชาชนกลับบ้านอย่างเหมาะสม อย่างมั่นใจ และปลอดภัยที่สุด ขณะนี้เป็นช่วงเวลารวมใจไทยเป็นหนึ่ง สำหรับในช่วงวันหยุดวันที่ 9-10 สิงหาคม 2568 จะมีรัฐมนตรีลงพื้นที่พบปะประชาชนใน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี ประกอบด้วย

วันที่ 9 สิงหาคม 2568

- นายนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ติดตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหาย เช่นสถานีบริการน้ำมัน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

- นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับนายภูมิธรรม เพื่อนำข้อมูลจริงไปชี้แจงกับนานาชาติ

- นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ที่ศูนย์พักพิง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ วัดสุทธิธรรมาราม โรงเรียนโสตศึกษา ตำบลเชื้อเพลิง

วันที่ 10 สิงหาคม 2568

- นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ศูนย์พักพิงโรงเรียน ศีขรภูมิพิสัย โรงเรียนอาชีพศีขรภูมิ โรงเรียนจอมพระประชาสรรค์

- นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

- นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ศูนย์พักพิงวัดบ้านนากันตม ตำบลสังเม็ก และศูนย์พักพิงวัดคำสะอาด

- นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์

- นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ศูนย์พักพิงสนามช้าง เซอร์กิตฯ 

- นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศูนย์พักพิงวัดเม็กน้อย และองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองเดช 

 

#เปิดหลักเกณฑ์หน่วยงานรัฐเยียวยาผู้รับผลกระทบเหตุปะทะไทยกัมพูชา #เร่งเก็บกู้BM21ให้ปลอดภัยก่อนกลับบ้าน  #กระทรวงมหาดไทย #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #กระทรวงแรงงาน #กระทรวงยุติธรรม #สำนักนายกรัฐมนตรี #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar