นายกฯ ติดตามคดีตึก สตง. ถล่ม - มท. เร่งช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว

     (18 เม.ย. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประชุมและรับฟังรายงานผลการตรวจสอบอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ซึ่งได้รับรายงานจากตำรวจและดีเอสไอ โดยขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือมากกว่านี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน ดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาได้ทุกมิติ นายกรัฐมนตรีย้ำขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้ปล่อยมือจากเรื่องนี้ เร่งหาสาเหตุเพื่อหาคนกระทำผิดมารับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้ใกล้ที่จะออกหมายจับแล้ว ย้ำทำคดีอย่างยุติธรรมโปร่งใส ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เผยว่า ตอนนี้ทราบหนึ่งในสาเหตุของอาคารถล่ม จากการออกแบบที่ไม่สมมาตร ส่วนตัวแทนของคณะวิศวกรรมศาสตร์จากสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ได้ขอเวลา 90 วัน เพื่อให้ผลที่ออกมาไม่มีข้อโต้แย้ง นอกจากนี้ในวันที่ 18 เม.ย. 68 ยังได้มอบเงินช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพผู้เสียชีวิตรายละ 100,000 บาท ให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตจำนวน 17 รายและปรับเพิ่มเงินช่วยเหลือใน 3 ส่วน ได้แก่ ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต รายละ 100,000 บาท ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บถึงขั้นพิการ รายละ 100,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงเฉพาะส่วนที่เบิกไม่ได้ตามสิทธิ์ของผู้ประสบภัยตามอัตราที่ทางราชการกำหนด โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอให้ประชาชนผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเร่งยื่นเอกสารขอรับการช่วยเหลือเยียวยา ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถยื่นที่สำนักงานเขตในพื้นที่เกิดภัย ส่วนพื้นที่จังหวัดอื่น สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่เกิดภัย

นายกฯ ประชุมติดตามความคืบหน้าตึก สตง. ถล่ม

(18 เม.ย. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประชุมและรับฟังรายงานผลการตรวจสอบอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลาง พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ และพ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) 

  นายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า ได้ติดตามความคืบหน้าตึก สตง. ถล่ม โดยได้รับรายงานจากตำรวจและดีเอสไอ จึงขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือกับตำรวจให้มากกว่านี้ และยังมีเรื่องเอกสารหลักฐานสำคัญค่อนข้างได้รับช้า เพราะเรื่องนี้รอไม่ได้ ต้องเร่งหาหลักฐานและเหตุผลให้ครบ เพื่อให้มีข้อมูลที่สามารถรับผิดชอบต่อชีวิตที่เสียไปจำนวนมากในครั้งนี้ด้วย พร้อมย้ำว่า 

ขอความร่วมมือทั้งหมด ทั้งจาก สตง. และการรายงานผลจากคณะกรรมการตรวจสอบว่ามีการผิดสัญญา แต่ไม่มีการยกเลิกสัญญาในเวลาที่กำหนด ตั้งแต่มกราคม 2568 ซึ่งต้องขอดูเอกสารเพิ่มเติมในส่วนนี้ และข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา และกรมทรัพยากรธรณี ถึงผลกระทบจากแผ่นดินไหวว่า กทม. ได้รับผลกระทบมากกว่าปกติหรือไม่ ทำไมจึงเกิดตึกถล่มในครั้งนี้ จำเป็นต้องขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน

  นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะมีการขอความร่วมมือจากกรมบัญชีกลาง ที่เป็นหน่วยงานในการควบคุมมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างในการดูคุณภาพของวัสดุก่อสร้างเพื่อชี้วัด และมีอำนาจในการบอกเลิกสัญญา รวมถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นหน่วยงานที่ร่วมตรวจรับการออกแบบการก่อสร้าง และการตรวจรับงาน ซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องในความเสียหายนี้ ต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องในการตรวจรับจากกรมโยธาธิการและผังเมืองในตึก สตง. ที่ผ่านมา ควรจะแยกออกจากกระบวนการการสืบสวนด้วย

  ขณะนี้ ดีเอสไอกำลังดำเนินคดีถึงมาตรฐานของเหล็ก และคุณภาพของปูนที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงการแก้ไขแบบที่แกนกลางของ Core Wall และ Core lifts ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของตึก แต่ไม่มีการเสริมเหล็กทำให้เกิดความเสี่ยงในอาคาร รวมถึงการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และการฮั้วประมูล

  นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า จะเน้นย้ำเรื่องนี้ใน ครม. อีกครั้ง และต้องการให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้ปล่อยมือจากเรื่องนี้เลย ส่วนตัวรับเรื่องนี้ไม่ได้กับการที่มีคนเสียชีวิตไปด้วยเหตุผลที่มีตึกถล่มหนึ่งตึก 

ถ้าเกิดแผ่นดินไหวแรงเหมือนในเมียนมาทั้งหมดแบบนั้น ห้ามไม่ได้ แต่อันนี้มีเพียงแค่หนึ่งตึก และตนเองก็ติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง ส่วนการทำโมเดลตึกถล่มออกมาให้ชัดเจนยิ่งขึ้นใน 90 วัน คือส่วนที่หาเหตุผลโดยละเอียด ทั้งลม แรงสั่นสะเทือน ซึ่งระหว่างนี้ต้องดูว่าการดำเนินงานต่าง ๆ ถูกต้องหมดแล้วหรือไม่ ตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้นการจะสรุปอะไรในวันนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และดีเอสไอในการหาหลักฐานที่ชัดเจนก่อน หากตนพูดก่อนก็จะโดนฟ้องได้ ดังนั้น ต้องรอ ไม่ว่าจะเป็นการออกหมายจับ ซึ่งได้พูดคุยแล้วว่าเมื่อมีหลักฐานเพียงพอที่จะออกหมายจับ ให้ออกได้เลย เพราะฉะนั้นอีกไม่นานก็จะเริ่มมีการออกหมายจับ พร้อมย้ำว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีคนผิดเลย ต้องมีบางจุดแน่นอนที่ผิดไปจากทุกตึกปรากฏชัดเจน และการไม่มีคนรับผิดชอบในเรื่องนี้คงเป็นไปได้ยาก 

มท. เดินหน้าตรวจสอบเหตุอาคาร สตง. ถล่ม

(17 เม.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีอาคาร สตง. ถล่ม ว่า ขณะนี้คณะกรรมการฯ ได้วางกรอบไว้หมดแล้ว และได้รายงานต่อ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รวมถึงรายงานตนเอง ตอนนี้พอจะทราบหนึ่งในสาเหตุซึ่งตรงกับที่ทาง ศ.กิตติคุณ ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย 

ราชบัณฑิตสาขาวิศวกรรมโครงสร้างได้ออกมาเปิดเผยถึงข้อสันนิษฐานทางสื่อสังคมออนไลน์ 

“ตอนนี้เราไปดูเรื่องการออกแบบก่อน เพราะมีเรื่องการออกแบบที่มันไม่สมมาตร (อสมมาตร : อะ-สม-มาด) ซึ่งเมื่อเกิดแผ่นดินไหว นอกจากจะเกิดการแกว่งของตัวตึกแล้ว พอการออกแบบอาคารไม่สมมาตรก็ทำให้เกิดแรงบิดด้วย ซึ่งเป็นไปตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ เมื่อเกิดเหตุเช่นนั้นเราต้องไปดู Safety Factor ว่าได้ออกแบบให้เกิดความปลอดภัย ทนต่อแรงบิด แรงเฉื่อย ตามหลักวิศวกรรมตามกฎหมายหรือไม่” 

ปภ. เร่งช่วยเหลือ-เยียวยา ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว

(18 เม.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (แผ่นดินไหว) กรุงเทพมหานคร ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิต จำนวน 49 ราย อยู่ระหว่างพิสูจน์อัตลักษณ์ 2 ราย (ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย ปภ. ณ วันที่ 18 เม.ย. 68 เวลา 06.00 น.) เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติเป็นไปอย่างเหมาะสม ขณะนี้กรมบัญชีกลางได้อนุมัติให้ ปภ. ปฏิบัตินอกเหนือหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ  กรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563 กรณีแผ่นดินไหว ด้านการดำรงชีพ โดยปรับเพิ่มเงินช่วยเหลือใน 3 ส่วน ได้แก่ ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต รายละ 100,000 บาท ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บถึงขั้นพิการ รายละ 100,000 บาท และค่ารักษา พยาบาลเท่าที่จ่ายจริงเฉพาะส่วนที่เบิกไม่ได้ตามสิทธิ์ของผู้ประสบภัยตามอัตราที่ทางราชการกำหนด

ด้านนายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ย้ำแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีเหตุแผ่นดินไหว ให้ยึดหลักรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 และหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563 พร้อมประสานกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่ประสบภัย เร่งสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยให้เร็วที่สุด 

สำหรับผู้ประสบภัยที่จะยื่นความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือ ขอให้เตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการออกให้ สำเนาทะเบียนบ้าน กรณีเป็นเจ้าบ้าน/เจ้าของบ้าน หนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่ออกโดยสำนักงานเขตพื้นที่ที่เกิดภัย สำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจ

ที่ระบุรายละเอียดความเสียหายของบ้านเรือนที่อยู่อาศัยประจำ เอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดินที่เกิดภัยหรือใบรับรองแทนโฉนดที่ดิน กรณีมีผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวและเป็นหัวหน้าครอบครัวต้องมีใบมรณะบัตรและหนังสือรับรองการเสียชีวิตจากภัยที่เกิดขึ้น และรูปถ่ายสภาพความเสียหายของบ้านที่เกิดภัย โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถนำไปยื่นที่สำนักงานเขตในพื้นที่เกิดภัย ส่วนพื้นที่จังหวัดอื่น สามารถนำไปยื่นขอรับความช่วยเหลือได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่เกิดภัย

มท.1 กำชับ ปภ. ประสานทุกจังหวัดพร้อมจัดการภัยพิบัติทุกรูปแบบ  

(18 เม.ย. 68) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหว และยังได้กำชับให้ ปภ. ประสานกับทุกจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกวดขัน ป้องกันอุบัติภัยต่าง ๆ ตลอดจนเตรียมการให้พร้อมสำหรับการบริหารจัดการภัยพิบัติทุกรูปแบบ โดยเฉพาะในส่วนภัยธรรมชาติ 

ในส่วนการดำเนินการมาตรการป้องกันและการเตือนภัยได้มอบหมายให้ ปภ. นำข้อสั่งการของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนโยบายของนายอนุทิน หารือร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้อง นำระบบการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast มาใช้ในการแจ้งเตือน โดยแจ้งข้อมูลแผ่นดินไหว เมื่อความรุนแรงแผ่นดินไหวถึงเกณฑ์การแจ้งเตือนภัย คือ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวในประเทศขนาด 4.0 ขึ้นไป กรมอุตุนิยมวิทยา จะเป็นผู้ส่งข้อความแรก (First Message) ไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยตรงผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อแจ้งข้อมูลให้ประชาชนรับทราบ หลังจากนั้น ปภ. จะเป็นผู้ส่งอัพเดทสถานการณ์ วิธีปฏิบัติตัว จนกระทั่งสิ้นสุดภัย 

ส่วนการแจ้งเตือนภัยอื่น เช่น พายุฤดูร้อน น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง หน่วยที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะส่งข้อมูลการแจ้งเตือนภัยมายัง ปภ. หลังจากนั้นหน่วยงานดังกล่าว จะทำการวิเคราะห์สถานการณ์ร่วมกันในรูปแบบของ War Room เมื่อถึงเกณฑ์การแจ้งเตือนภัย ปภ. จะส่งคำแจ้งเตือนไปยังประชาชนผ่านผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast

ทั้งนี้ การส่งข้อความผ่านระบบ Cell Broadcast ที่ทำได้ ณ ปัจจุบัน ก่อนที่ระบบ Cell Broadcast Entity หรือ CBE ของ ปภ. จะแล้วเสร็จ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย (AIS/True/NT) จะรับข้อความแจ้งเตือนจาก ปภ. หลังจากนั้นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast Centre หรือ CBC ไปก่อน เพื่อส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังได้กำชับให้ทั้ง ปภ. จังหวัด และท้องถิ่นเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงสิทธิรวมถึงช่องทางในการขอรับความช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ 

 

#นายกติดตามคดีตึกสตงถล่มมทเร่งช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว #แผ่นดินไหว 

#กระทรวงมหาดไทย #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar