(20 มี.ค. 68) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2568 และมอบรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านดีเด่น ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนส่งเสริมสุขภาพประชาชนให้มีวิถีชีวิตและสุขภาพที่ดี รับประทานอาหารแบบนับคาร์บ ขณะนี้ ชวนคนไทยทั่วประเทศนับคาร์บได้แล้วรวมกว่า 22 ล้านคน เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20 ล้านคน พร้อมตั้งเป้านับคาร์บ จำนวน 50 ล้านคนภายในปีงบประมาณ 2568 ถือเป็นสัญญาณที่ดีลดปัญหาการเกิดโรค NCDs จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการจัดการสุขภาพชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงคัดกรองโรค NCDs ให้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปในชุมชนได้มากกว่า 13.3 ล้านคน จากกลุ่มเป้าหมาย 25.37 ล้านคน เป็นการตอกย้ำแนวคิด NCDs ดีได้ ด้วยกลไก อสม. โดยรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข เร่งผลักดัน (ร่าง) พระราชบัญญัติ อสม. พ.ศ.... เพื่อบรรจุในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีและจะเข้าสู่กระบวนการตราเป็นกฎหมายต่อไป เพื่อสร้างหลักประกันที่ยั่งยืนให้กับ อสม.
(20 มี.ค. 68) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2568 และมอบรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านดีเด่น โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ผู้บริหาร บุคลากรสาธารณสุขจากหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่า 1,500 คน เข้าร่วมงาน
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันที่ 20 มีนาคม ของทุกปี คณะรัฐมนตรีมีมติให้เป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ เพื่อเป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติ อสม. ที่ได้เสียสละอุทิศตน สร้างคุณประโยชน์ให้แก่แผ่นดิน โดยในปีงบประมาณ 2568 มีนโยบายที่มุ่งเน้นให้ “คนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs” (Non-Communicable Diseases) ของกระทรวงสาธารณสุข โดยมี อสม. เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนด้วยการดูแล ส่งเสริมสุขภาพประชาชนให้มีวิถีชีวิตและสุขภาพที่ดี ทั้งการรับประทานอาหารแบบ “นับคาร์บ” (การนับปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหารแต่ละมื้อ เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรค NCDs) ออกกำลังกาย รวมถึงการดูแลสุขภาพจิตใจ โดยปัจจุบันมี อสม. นับคาร์บตนเองได้ครบ 100% และชวนคนไทยทั่วประเทศนับคาร์บได้แล้วรวมกว่า 22 ล้านคน เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20 ล้านคน ภายในวันที่ 20 มีนาคม 2568
ซึ่งคนที่นับคาร์บอย่างต่อเนื่องจะเห็นผลอย่างชัดเจนว่าสุขภาพดีขึ้น เมื่อเทียบระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2567 และ เดือนกุมภาพันธ์ 2568 มีประชาชนประมาณ 90,000 คน ที่ลดน้ำหนักลงได้เฉลี่ยคนละ 2.89 กิโลกรัม ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการลดปัญหาการเกิดโรค NCDs จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการจัดการสุขภาพชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ (โรค NCDs ประกอบด้วย โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วนและอ้วนลงพุง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคถุงลมโป่งพอง และโรคมะเร็ง เป็นต้น)
นอกจากนี้ อสม. ยังได้เคาะประตูบ้านคัดกรองโรค NCDs ให้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปในชุมชนได้มากกว่า 13.3 ล้านคน จากกลุ่มเป้าหมาย 25.37 ล้านคน เป็นการตอกย้ำแนวคิด “NCDs ดีได้ ด้วยกลไก อสม.” ได้อย่างแท้จริง โดยขอความร่วมมือ อสม. ช่วยกันให้ความรู้แก่ประชาชนต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายมีผู้ที่ได้รับคำแนะนำ “นับคาร์บ” และมีความรู้สุขภาพ 50 ล้านคน ภายในปีงบประมาณนี้ เพื่อทำให้คนไทยห่างไกล NCDs ยิ่งขึ้น
นายสมศักดิ์ ระบุว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ตระหนักถึงคุณค่า ความสำคัญ ของ อสม. พร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงาน และได้ผลักดัน (ร่าง) พระราชบัญญัติ อสม. พ.ศ. .... ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว คาดว่าจะบรรจุในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี เร็วๆ นี้ และจะเข้าสู่กระบวนตราเป็นกฎหมายต่อไป เพื่อสร้างหลักประกันที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับพี่น้อง อสม. ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ได้พยายามผลักดันอย่างเต็มที่ ได้ติดตามความเห็นของคณะกรรมการกองทุนหมุนเวียน มาโดยตลอด เพราะใน พ.ร.บ. อสม. ให้มีการจัดตั้งกองทุนฯ ให้ อสม. ขณะนี้ให้ความเห็นชอบมาแล้ว 5 หน่วยงาน จากทั้งหมด 9 หน่วยงาน ซึ่งคาดว่าจะเข้าคณะรัฐมนตรีและเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า อสม. ถือเป็นนักจัดการสุขภาพที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพปฐมภูมิขั้นพื้นฐาน ช่วยส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน กระทรวงสาธารณสุขพร้อมส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาศักยภาพ อสม. ให้มีความรู้และทักษะในการสื่อสารสุขภาพเพื่อสร้างความรู้แก่ประชาชน รวมทั้งเป็นพี่เลี้ยงติดตามเชิญชวนประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้ารับบริการที่ศูนย์คนไทยห่างไกล NCDs ประเมินสุขภาพและส่งต่อผู้ป่วยเข้าระบบรักษาในคลินิก NCDs รักษาหาย รวมถึงดูแลกลุ่มเสี่ยง/ผู้ป่วย ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อน ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยโรค NCDs รายใหม่ ลดหรืองดการใช้ยาในผู้ป่วยรายเก่า ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
ผลการดำเนินงานภาพรวมทั้งประเทศ ข้อมูล ณ วันที่ 16 มีนาคม 2568
(1) อสม. ให้คำแนะนำการนับคาร์บแก่ประชาชน ร้อยละ 97.75
(2) อสม. คัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ตนเอง ร้อยละ 94.38
(3) ประชาชนได้รับคำแนะนำการนับคาร์บ จำนวน 21,417,729 คน
(4) ประชาชนได้รับการคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จำนวน 13,867,261 คน และตัวชี้วัดร้อยละแกนนำสุขภาพมีศักยภาพในการคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ร้อยละ 90
ทั้งนี้ ปัจจุบันผลงานอยู่ที่ ร้อยละ 93.49 ซึ่งผ่านเกณฑ์เป้าหมายรอบ 11 เดือนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในระยะถัดไปจะเป็นการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน “อสม. ชวนประชาชนนับคาร์บ” มุ่งสู่เป้าหมายครบ 50 ล้านคนต่อไป
#วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติประจำปี2568สธยกย่องอสมกลไกสำคัญขับเคลื่อนป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังNCDs #กระทรวงสาธารณสุข #กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ #อสม #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง