รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ประจำปี พ.ศ. 2568 (ฮ.ศ.1446) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 9 มิถุนายน 2568 และให้ความสำคัญในการดูแลประชาชนคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา และส่งเสริมการเดินทางไปประกอบ พิธีฮัจย์ของชาวไทยมุสลิมด้วยแนวคิด Hajj 5G 5Good โดยปี 2568 มีการลดราคาค่าใช้จ่ายพื้นฐานต่อคน จากเดิม 250,000 บาท เหลือ 173,000-187,000 บาท เพื่อส่งเสริมให้ชาวไทยมุสลิมได้มีโอกาสเดินทางไปประกอบพิธีตามหลักศาสนาของตนเองได้สะดวกมากขึ้น
นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดระบบสุขภาพอำนวยความสะดวกชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ภายใต้แนวคิด “HEALTH for HAJJ” ให้ผู้ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์เข้ารับการตรวจร่างกายและฉีดวัคซีน ได้ที่สถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ ตั้งแต่บัดนี้ - 31 พฤษภาคม 2568 เพื่อให้ผู้ที่จะเดินทางไปแสวงบุญได้เตรียมพร้อมด้านสุขภาพก่อนเดินทาง และได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นทุกคนก่อนการเดินทางอย่างน้อย 10 วัน ตามข้อกำหนดของกระทรวงฮัจย์และอุมเราะห์ ของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย อีกทั้ง กระทรวงสาธารณสุขยังได้จัดทีมแพทย์พยาบาลไปดูแลผู้แสวงบุญในระหว่างการประกอบพิธีฮัจย์อีกด้วย
“อนุทิน-ซาบีดา” แถลงความพร้อมอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ประจำปี 2568 (ฮ.ศ.1446) ลดค่าใช้จ่าย ชู “Hajj 5G 5Good” พัฒนากิจการฮัจย์ให้ทั่วถึง เป็นธรรม
(24 ก.พ. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย เป็นประธานแถลงการเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ประจำปี พ.ศ. 2568 (ฮ.ศ.1446) กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญในการดูแลพี่น้องคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา พร้อมกับเน้นย้ำว่าขอให้ปรับปรุงการอำนวยความสะดวก ให้ปลอดภัยกับพี่น้องชาวไทยมุสลิมให้ดีที่สุด เดินทางโดยสะดวกขึ้น ทั้งการเพิ่มเที่ยวบินที่สนามบินหาดใหญ่ และมีแผนจะเพิ่มที่สนามบินนราธิวาส
ความสำคัญของการประกอบพิธีฮัจญ์ ถือเป็นหน้าที่สำหรับมุสลิมทั้งชายและหญิง ทุกคนที่มีความสามารถในด้านร่างกาย ทรัพย์สิน และการเดินทาง ที่จะต้องปฏิบัติ ซึ่งอยู่ในเดือนซุลฮิจญะฮ์ของทุกๆ ปี (เดือนที่ 12 ของปีฮิจเราะห์ศักราช) โดยนักแสวงบุญจะพักอยู่ที่ทุ่งมินา เป็นเวลา 3 วัน เพื่อขอพรและบำเพ็ญตนตามพิธีฮัจย์ ส่วนชาวมุสลิมทั่วโลกที่ไม่ได้ไปประกอบพิธีฮัจย์ก็จะเฉลิมฉลองทำบุญเลี้ยงอาหารที่บ้าน เรียกวันนี้ว่าวันอีดิลอัฎฮา ซึ่งเป็นวันที่ 10 ของเดือนที่ 12 ของปีฮิจเราะห์ศักราช เป็นวันเฉลิมฉลองมีการเชือดสัตว์พลีให้ผู้คนรับประทานในยามสายหลังตะวันขึ้น แต่ก่อนเที่ยง หรือชาวไทยเชื้อสายมลายูใน 5 จังหวัดภาคใต้เรียกว่าวันรายอ (รายาฮาญี) ซึ่งแปลเป็นไทยตามตรงก็คือ “วันใหญ่” ปีนี้ตรงกับวันที่ 7 มิถุนายน 2568
นายอนุทิน กล่าวว่า “จากมาตรการต่าง ๆ ที่กระทรวงมหาดไทยเสนอและ ครม. ให้การอนุมัติ ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปแสวงบุญฮัจย์ของพี่น้องไทยมุสลิมลดลง จะเหลือเพียงประมาณ 1.8 แสนบาทเท่านั้น ในขณะที่ระดับคุณภาพไม่ลดลงกว่าเดิม”
ด้าน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ปี พ.ศ. 2568 นี้ประเทศไทยมีผู้แสวงบุญชาวไทยจำนวน 6,603 คน โดยจะได้รับการอำนวยความสะดวกจากกระทรวงมหาดไทย ภายใต้แนวคิด “Hajj 5G 5Good” ได้แก่ Good Price (ราคาดี) Good Service (บริการดี) Good Care (เอาใจใส่ดี) Good Health (สุขภาพดี) และ Good Relations (ความสัมพันธ์ดี) ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายพื้นฐานต่อคนลดลงจากเดิม 250,000 บาท เหลือ 173,000-187,000 บาท เป็นผลจากการเจรจาลดค่าบริการพื้นฐาน ค่าตั๋วเครื่องบิน และการอนุญาตให้ใช้เที่ยวบินพาณิชย์เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี อีกทั้ง กระทรวงมหาดไทยยังมีมาตรการสำคัญ โดยจะควบคุมค่าใช้จ่ายฮัจย์ไม่ให้เกิน 195,000 บาทต่อราย ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป
รัฐบาลเชิญชวนคนไทยไปพิธีฮัจย์ ตรวจสุขภาพพร้อมฉีดวัคซีน ภายใต้แนวคิด “HEALTH for HAJJ” ตั้งแต่บัดนี้ – 31 พฤษภาคม 2568
(2 มี.ค. 68) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดระบบสุขภาพเพื่ออำนวยความสะดวกชาวไทยที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยจะมีชาวไทยที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ จำนวน 6,603 คน ภายใต้แนวคิด “HEALTH for HAJJ” กระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดให้บริการในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นและไข้หวัดใหญ่ก่อนเดินทาง พร้อมส่งทีมแพทย์ดูแลระหว่างประกอบพิธี และติดตามเฝ้าระวังสุขภาพหลังเดินทางกลับ ผู้แสวงบุญในจังหวัดต่าง ๆ สามารถติดต่อขอรับบริการได้ ณ สถานบริการกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ ได้ตั้งแต่บัดนี้ - 31 พฤษภาคม 2568
สำหรับการประกอบพิธีฮัจย์ ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ประจำปี 2568 หรือฮิจเราะห์ศักราช (ฮ.ศ.) 1446 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 9 มิถุนายน 2568 การจัดระบบดูแลสุขภาพสำหรับชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ในปี 2568 ภายใต้แนวคิด “HEALTH for HAJJ” มีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. เพื่อให้ชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ได้รับการป้องกันโรคที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางและการประกอบพิธี
2. เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศไทยและราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียการดำเนินการภายใต้กรอบแนวคิด “HEALTH for HAJJ”
• การตรวจสุขภาพ: การตรวจสุขภาพก่อนเดินทางเพื่อประเมินความพร้อมในการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์
• การฉีดวัคซีน: ผู้แสวงบุญที่ลงทะเบียนเดินทางไปฮัจย์ต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น ก่อนเดินทางอย่างน้อย 10 วัน ตามข้อกำหนดของกระทรวงฮัจย์และอุมเราะห์ของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนป้องกันโรคติดต่ออื่นๆ ที่เหมาะสม โดยกระทรวงสาธารณสุขจะออกหนังสือรับรองการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค เพื่อประกอบการขอรับการตรวจลงตรา (วีซ่า)
• การเฝ้าระวังและดูแลหลังการเดินทาง: กระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่งทีมแพทย์พยาบาลไปดูแลผู้แสวงบุญในระหว่างการประกอบพิธีฮัจย์ รวมทั้งเฝ้าระวังสุขภาพหลังกลับมายังประเทศไทย
การดูแลสุขภาพผู้แสวงบุญในช่วงก่อน ระหว่าง และหลัง การประกอบพิธีฮัจย์
ก่อนการประกอบพิธีฮัจย์
เริ่มต้นด้วยการคัดกรองสุขภาพของผู้แสวงบุญที่ลงทะเบียนเดินทางไปฮัจย์ทุกคน โดยการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อประเมินความพร้อมทางร่างกายและสุขภาพก่อนการเดินทาง นอกจากนี้ผู้แสวงบุญทุกคนจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่จำเป็น เช่น วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ ตามที่แนะนำ ซึ่งการฉีดวัคซีนจะได้รับการจัดสรรวัคซีนให้เพียงพอในแต่ละพื้นที่ที่มีการลงทะเบียนผู้แสวงบุญ
ระหว่างการประกอบพิธีฮัจย์
กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดส่งทีมแพทย์และพยาบาลติดตามการเดินทางของผู้แสวงบุญไปยังราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย โดยทีมแพทย์จะทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของผู้แสวงบุญที่อาจมีอาการเจ็บป่วยหรือมีปัญหาสุขภาพในระหว่างการประกอบพิธี หากผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาในสถานพยาบาลที่มีอุปกรณ์เฉพาะ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะดำเนินการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลในประเทศซาอุดีอาระเบียโดยทันที
หลังจากการประกอบพิธีฮัจย์
หลังจากเสร็จสิ้นการประกอบพิธีฮัจย์ ผู้แสวงบุญจะได้รับการติดตามอาการทางสุขภาพจากกระทรวงสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อที่อาจมีการติดมากับผู้เดินทาง รวมถึงการตรวจสุขภาพและให้คำแนะนำการดูแลตัวเองหลังจากกลับมายังประเทศไทย
#รัฐบาลเชิญชวนคนไทยไปพิธีฮัจย์ตรวจสุขภาพพร้อมฉีดวัคซีนHEALTHforHAJJ #ฉีดวัคซีนก่อนไปฮัจย์ตั้งแต่บัดนี้ถึง31พค68 #HEALTHforHAJJ # Hajj5G5Good #กระทรวงสาธารณสุข #กระทรวงมหาดไทย #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง