มท. เร่งขับเคลื่อนนโยบายและยกระดับการปราบปรามยาเสพติดเชิงรุก

   จากนโยบายแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำมาสู่การผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน เปิดปฏิบัติการ “Seal Stop Safe” กำหนดระยะเวลาปฏิบัติการ 6 เดือน (กุมภาพันธ์ - กรกฎาคม 2568) ต้องเห็นผลงานเป็นรูปธรรมในพื้นที่ชายแดน หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางแผนและดำเนินงานแก้ปัญหายาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการป้องกัน ปราบปรามทำให้มีผลการจับกุมขบวนการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกส่วนราชการที่มีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้เร่งดำเนินการในไตรมาสที่ 1 ของปี (ม.ค.-มี.ค.) เพื่อสรุปเป็นผลงานของหน่วยต่าง ๆ ในการปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้แก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเข้มข้น กำหนดให้การดำเนินงานด้านยาเสพติดเป็นหนึ่งใน KPI ของผู้ว่าราชการจังหวัด ในการขับเคลื่อน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การป้องกันเชิงรุก การปราบปรามจริงจังตัดวงจรเครือข่ายผู้ค้า การบำบัดฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ และการเปลี่ยนกลุ่มเสี่ยงให้เป็นพลังด้วยการจัดตั้งเครือข่าย “ยุวสิงห์มหาดไทย รวมใจต้านยาเสพติด” เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพื่อให้การแก้ปัญหายาเสพติดเข้าถึงประชาชนและเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน

(12 ก.ย. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยนายกรัฐมนตรี แถลงถึงปัญหาที่กระทบต่อสังคมและสร้างความสูญเสียอย่างมหาศาล คือ ปัญหายาเสพติด ว่า รัฐบาลจะแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร เริ่มตั้งแต่การตัดต้นตอการผลิตและจำหน่ายด้วยการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน การสกัดกั้น ควบคุมการลักลอบนำเข้าและตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดการปราบปรามและการยึดทรัพย์ผู้ค้าอย่างเด็ดขาด การค้นหาผู้เสพในชุมชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษา ตลอดจนการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด การฝึกอาชีพ การศึกษา และการฟื้นฟูสภาพทางสังคม รวมทั้งมีระบบติดตามดูแลช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้กลับเข้าสู่วงจรยาเสพติดอีก เพื่อคืนคนคุณภาพกลับสู่สังคม

นายกฯ สั่งผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน เปิดปฏิบัติการ “Seal Stop Safe” แก้ไขปัญหายาเสพติดต้องเห็นผล

(30 ม.ค. 68) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน เพื่อมอบนโยบายในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจในการปฏิบัติงานและสามารถเร่งรัดการดำเนินงานสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นโยบายภายใต้ธีม“Seal Stop Safe” เพื่อป้องกันยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ จำเป็นต้องเพิ่มกำลัง ผนึกกำลังทหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 51 อำเภอ ชายแดน14 จังหวัด เพื่อให้เกิดความมั่นคงขึ้น ในส่วนของรัฐบาลพร้อมดูแลสนับสนุนทหารและอาสาสมัครอย่างครอบคลุมทุกมิติ ที่ผ่านมาได้ติดตามการแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนผ่านโครงการท่าวังผาโมเดล จ.น่าน และ ธวัชบุรีโมเดล จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งพบว่าผู้ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติดนอกจากหายกลับมาใช้ชีวิตปกติแล้ว ยังมีความภาคภูมิใจที่สามารถหลุดพ้นจากยาเสพติดได้ สิ่งที่ทุกคนร่วมกันขับเคลื่อนปฏิบัติการ คือการให้โอกาสทำให้ผู้ที่เคยติดยาเสพติดได้กลับมาทำประโยชน์ให้สังคมอีกครั้ง

สำหรับปฏิบัติในการสกัดกั้นหรือการปิดกั้นชายแดน ไม่ให้ยาเสพติดหลุดรอดเข้ามาในประเทศ ในห้วงระยะเวลา 6 เดือน คือ กุมภาพันธ์ - กรกฎาคม 2568 ต้องการเห็นผลงานที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่ชายแดน

รมว.ยุติธรรม เป็นประธานพิธีเผาทำลายยาเสพติดของกลางน้ำหนักรวมกว่า 27 ตัน จาก 151 คดี

(6 ก.พ. 68) พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมพิธีเผาทำลายยาเสพติดของกลาง น้ำหนักรวมกว่า 27 ตัน จาก151 คดี ซึ่งเป็นผลจากการปฏิบัติงานปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนว่ายาเสพติดเหล่านี้ถูกทำลายทิ้งอย่างสิ้นเชิง

พันตำรวจเอก ทวี กล่าวว่า การเผายาเสพติดครั้งนี้มีเจตนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และแสดงให้เห็นว่าเราทุกคนร่วมมือกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งนี้ได้ดำเนินการเผายาเสพติดไปแล้ว 7 ครั้งต่อปี หรือเฉลี่ยมากกว่า 1 ครั้งต่อเดือน ซึ่งถือเป็นจำนวนมาก สำหรับครั้งนี้มีปริมาณยาเสพติดที่เผาทำลายประมาณ 27 ตัน ซึ่งการเผายาเสพติดในครั้งนี้จึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความโปร่งใสในการแก้ไขปัญหายาเสพติด

นายกฯ ขอบคุณทุกหน่วยช่วยกันระดมกำลังเร่งปราบยาเสพติด จนเกิดผลเป็นรูปธรรมตามนโยบายมาตรการ “Seal Stop Safe” พบ 2 วันจับชุดใหญ่ได้กว่า 3.4 ล้านเม็ด

(6 มี.ค. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานในการปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาลในมาตรการ  “Seal Stop Safe” โดยการปฏิบัติภารกิจเมื่อวันที่ 3 – 4 มี.ค. 68 สามารถยึดยาบ้าได้มากกว่า 3.4 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 136 ล้านบาท

อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดยาบ้าได้ในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งคาดว่าถูกลักลอบลำเลียงมาจากแหล่งพักในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตก โดยกลุ่มคนร้าย ผู้รับจ้างลำเลียงเชื้อสายมูเซอ และลีซอ เครือข่ายของ นายจะลอโบ่ ที่มีพื้นที่อยู่ตะเข็บชายแดนไทยเมียนมา

นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกส่วนราชการที่มีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้เร่งดำเนินการในไตรมาสที่ 1 ของปี (ม.ค.-มี.ค.) เพื่อสรุปเป็นผลงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในการปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล

กระทรวงมหาดไทย นำเครือข่าย ยุวสิงห์มหาดไทย ร่วมแก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

(7 มี.ค. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกระทรวงมหาดไทย และร่วมสังเกตการณ์และพบปะตัวแทนเยาวชน “ยุวสิงห์มหาดไทยรวมใจต้านยาเสพติด” (MOI Youth Against Drugs) จากทั่วประเทศ ที่เดินทางมาเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ด้วยบทบาทของคนรุ่นใหม่ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในการประชุมขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

การจัดงานในครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นการเน้นย้ำถึงภารกิจร่วมกันของกลไกในทุกระดับ นายอนุทิน กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดคือภัยร้ายที่กำลังบั่นทอนทุกมิติของสังคม ทั้งเศรษฐกิจ ครอบครัว และความมั่นคงของชาติ สะท้อนจากสถิติผู้ต้องขังทั่วประเทศที่ขณะนี้ร้อยละ 71.79 เป็นผู้ต้องโทษในคดียาเสพติด จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องบูรณาการกลไกของกระทรวงมหาดไทยในทุกระดับอย่างเข้มข้น ถ้าแก้ปัญหายาเสพติดได้ผู้ต้องขังในเรือนจำจะลดลง สังคมจะดี ครอบครัวเป็นปึกแผ่น อบอุ่น มั่นคง ประเทศจะเข้มแข็งเจริญก้าวหน้า  กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับ 4 มาตรการหลัก คือ

การป้องกัน ส่งเสริมความรู้สร้างสรรค์ภูมิคุ้มกันโดยได้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์กว่า 55,684 กิจกรรม มีผู้เข้าร่วมกว่า 5.3 ล้านคน ถือเป็นการป้องกันเชิงรุกนำไปสู่การลดกลุ่มเสี่ยง

การป้องปราม ดำเนินการผ่านการจัดระเบียบสังคม ตั้งจุดตรวจจุดสกัดและตรวจตราสถานบริการในพื้นที่เสี่ยงยาเสพติด 1,200,000 ครั้ง

การปราบปราม ปัจจุบันรัฐบาลกำลังเดินหน้าปฏิบัติการ “Seal Stop Safe” โดยผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดนสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทางพร้อมทั้งตั้งจุดตรวจจุดสกัด จุดกวาดล้างแหล่งค้ายาเสพติดทั่วประเทศโดยมีการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดหรือผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนค้ายาเสพติดได้แล้วกว่า 51,520 ราย ซึ่งการปราบปรามต้องทำอย่างจริงจังเพื่อตัดวงจรผู้ค้า

การบำบัดฟื้นฟู ให้ความสำคัญกับการคืนคนดีสู่สังคม โดยปัจจุบันมีศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมถึง 6,069 แห่ง จัดกิจกรรมฝึกอาชีพและทักษะชีวิตไปแล้ว 18,198 ครั้ง พร้อมติดตามการช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดกว่า 57,500 คน  เพื่อลดโอกาสการกลับไปทำความผิดหรือกลับไปเสพซ้ำ

กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดให้การดำเนินงานด้านยาเสพติดเป็นหนึ่งใน KPI ของผู้ว่าราชการจังหวัด ในการขับเคลื่อน 4 แนวทางสำคัญได้แก่ การป้องกันเชิงรุก การปราบปรามจริงจังตัดวงจรเครือข่ายผู้ค้า การบำบัดฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ  และการเปลี่ยนกลุ่มเสี่ยงให้เป็นพลังด้วยยุวสิงห์มหาดไทยร่วมใจต้านยาเสพติด

กระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ โดยจัดตั้งเครือข่าย "ยุวสิงห์มหาดไทย รวมใจต้านยาเสพติด” (MOI Youth Against Drugs) เยาวชนที่จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นผู้ที่เสียสละ เป็นหูเป็นตา ร่วมจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ และให้กำลังใจผู้ที่กำลังเลิกยาเสพติด ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเกิดความละอายใจ เป็นพลังสำคัญในการร่วมกันทำเพื่อแผ่นดิน เป็นกลไกสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง โดยมีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้อง สร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ และกระตุ้นให้เยาวชนห่างไกลยาเสพติด มุ่งสู่เป้าหมายของสังคมสีขาวที่ปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน

 

#มทเร่งขับเคลื่อนนโยบายและยกระดับการปราบปรามยาเสพติดเชิงรุก # SealStopSafe #เครือข่ายยุวสิงห์มหาดไทยรวมใจต้านยาเสพติด #กระทรวงมหาดไทย #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar