<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเด่น]]></title>
<link>https://edulampang.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://edulampang.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[“สีหศักดิ์” เผย อิหร่าน - โอมาน ปฏิบัติการร่วมเข้าถึงเรือ “มยุรีนารี” และลูกเรือทั้ง 3 คนแล้ว  เรือขนน้ำมันบางจาก ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย]]></title>
<link>https://edulampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/489204</link>
<guid isPermaLink="false">f27da2b2fe0353453d1a6987461351ae</guid>
<pubDate>Fri, 27 Mar 2026 14:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าหลังจากที่ได้หารือกับนายเซย์เยด อับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ที่ได้ขอให้ช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ &ldquo;มยุรีนารี&rdquo; ล่าสุดได้รับข่าวดีว่า อิหร่านและโอมานได้ปฏิบัติการร่วมกันจนสามารถเข้าถึงเรือและลูกเรือทั้ง 3 คนได้แล้ว แต่ยังต้องรอการยืนยันสถานะอย่างเป็นทางการของลูกเรืออีกครั้ง ส่วนกรณีที่ไทยขอให้อิหร่านช่วยดูแลความปลอดภัยของเรือขนส่งสินค้าที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านรับปากจะอำนวยความสะดวก พร้อมขอให้ไทยแจ้งชื่อเรือไป ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งชื่อเรือไป 2 ลำ คือ บางจาก และเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับข่าวดีว่า เรือขนส่งน้ำมันดิบของบางจาก สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยแล้ว ส่วนอีก 1 ลำคาดว่าจะเดินทางได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน ขณะที่การประสานส่งร่างแรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอลกลับประเทศ คาดว่าจะถึงไทยในวันที่ 26 มีนาคม 2569 ทั้งนี้ตั้งแต่เกิดการสู้รบในตะวันออกกลาง มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือกลับประเทศ หรือเดินทางต่อไปประเทศที่สามแล้วรวม 1,483 คน พร้อมทั้งเน้นย้ำให้คนไทยที่ยังอยู่ในตะวันออกกลางให้ติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงนโยบายการปรับลดระยะเวลาฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจาก 60 วัน เหลือ&nbsp;30 วัน เนื่องจากที่ผ่านมาพบการใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์ แต่เชื่อว่านโยบายนี้จะไม่กระทบต่อการท่องเที่ยว และจะช่วยเสริมความมั่นคงของประเทศ&nbsp;</strong><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edulampang.prd.go.th/th/file/get/file/2026032705f2ff4c97260dabe5c34867e8675d85144225.jpg' type='image/jpg' length='1155643' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“เอกนิติ” ยืนยันน้ำมันดิบเพียงพอ ลดสัดส่วนสำรองน้ำมันเร่งระบายสู่หน้าปั๊ม “พาณิชย์” เพิ่มสินค้าควบคุม ]]></title>
<link>https://edulampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/489198</link>
<guid isPermaLink="false">9f7e16d98a7dab519d89a68949f7abeb</guid>
<pubDate>Fri, 27 Mar 2026 14:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันน้ำมันดิบมีเพียงพอ และเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน โดยรัฐบาลได้สั่งการให้ลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจากที่เคยประกาศเพิ่มขึ้น ให้กลับมาอยู่ที่ 1% เท่าเดิม เพื่อระบายน้ำมันไปสู่ปั๊มทันที ให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งได้ทั้งวัน และกำกับให้เรือประมงได้รับน้ำมันจาก Jobber เพื่อแก้ปัญหาการแย่งซื้อที่ปั๊ม เนื่องจากการฝืนกลไกตลาดด้วยการตรึงราคาไม่ได้ผล ต้องบอกความจริงกับประชาชน ทุกคนต้องช่วยกันปรับตัวตามความผันผวนของตลาดโลก โดยเตรียมผลักดันพลังงานทางเลือก และสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้ง Solar Rooftop ด้วยการลดหย่อนภาษีและระบบซื้อคืนไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนพลังงานของประเทศ ส่วนการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ระบุว่า ได้ขอความร่วมมือโรงกลั่นเพิ่มกำลังการผลิต โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล รวมถึงเร่งจัดส่งไปยัง Jobber ให้มากขึ้น แก้ปัญหาการเข้าซื้อน้ำมันที่สถานีบริการของภาคอุตสาหกรรม โดยจะกระจายน้ำมันได้ใน 1 &ndash; 2 วัน อีกทั้งเตรียมเปิดใช้งานระบบแดชบอร์ด (Dashboard) &nbsp;เพื่อแสดงข้อมูลปริมาณน้ำมันจากผู้ค้าตามมาตรา 7 ทุกราย ในวันที่ 25 มีนาคม 2569 เพื่อแก้ปัญหาการกักตุน ยืนยันไม่มีการส่งน้ำมันไปประเทศที่ 3 ส่วนการจัดหาแหล่งพลังงานในการผลิตกระแสไฟฟ้า ขณะนี้ได้จัดหา LNG&nbsp; จากหลายแหล่ง ยืนยันมีเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ นอกจากนี้ยังมีแผนเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ไฟฟ้าพลังน้ำ และเพิ่มการใช้ก๊าซจากอ่าวไทย ลดการนำเข้า LNG ส่วนการควบคุมราคาสินค้า กระทรวงพาณิชย์เสนอคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อพิจารณาเพิ่มสินค้าควบคุม วันที่ 25 มีนาคม 2569 และดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพ ทั้งโครงการ ไทยช่วยไทย ธงฟ้า และธงเขียวพลัส นอกจากนี้ สำนักงาน&nbsp; การบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เร่งดูแลราคาบัตรโดยสารที่ได้รับผลกระทบตะวันออกกลาง พร้อมทั้งร่วมมือกับ 6 สายการบิน เพิ่มที่นั่งกว่า 29,000 ที่นั่ง และปรับลดราคาบัตรโดยสารลง 15 &ndash; 30% ใน 11 เส้นทางบินในช่วงเทศกาลสงกรานต์</strong><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edulampang.prd.go.th/th/file/get/file/2026032728f1039918f9530292287c65c859fe98143809.jpg' type='image/jpg' length='1268503' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“สีหศักดิ์” ประชุมระดับโลกว่าด้วยการฉ้อโกง สะท้อนบทบาทไทยในการปราบปรามอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ให้เป็นวาระสำคัญของโลก]]></title>
<link>https://edulampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/489168</link>
<guid isPermaLink="false">d93bdfac3618328f68e4e0062fc3e0c4</guid>
<pubDate>Wed, 18 Mar 2026 14:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมประชุมระดับโลกว่าด้วยการฉ้อโกง (Global Fraud Summit) ณ ศูนย์ระหว่างประเทศกรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย โดยได้กล่าวถ้อยแถลงย้ำความสำคัญของไทยในการต่อต้านการฉ้อโกง โดยเฉพาะการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นอาชญากรรม ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วจากการแสวงประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ทันสมัย ส่งผลกระทบต่อประชาชนนับล้านคนทั่วโลก และยังเป็นภัยคุกคามเร่งด่วนต่อประชาคมระหว่างประเทศ ก่อให้เกิดความเสียหายทางด้านการเงินและละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการค้ามนุษย์ โดยเครือข่ายอาชญากรเหล่านี้ดำเนินการข้ามพรมแดน ทำให้มีความยากลำบากต่อการปราบปราม ประชาคมระหว่างประเทศจึงต้องร่วมมือกันเพื่อรับมือกับขบวนการฉ้อโกง ซึ่งไทยมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต และความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับหุ้นส่วนจากทุกภูมิภาคทั่วโลกในการปราบปราม การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ได้สะท้อนบทบาทของไทยในการผลักดันประเด็นการต่อต้านการฉ้อโกง โดยเฉพาะอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ให้เป็นวาระสำคัญของโลก ย้ำความสำคัญของการส่งเสริมหลักนิติธรรม การเสริมสร้างความตระหนักรู้และภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับอาชญากรรมที่ร้ายแรงดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้หารือกับนางสาวชาร์ล็อตต์ คูเกิลเบิร์ก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรมราชอาณาจักรสวีเดน ซึ่งทั้งสองฝ่ายย้ำความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านการฉ้อโกง โดยเฉพาะอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต และขอบคุณประเทศไทยสำหรับความร่วมมือในการปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและการฟอกเงิน และหวังที่จะกระชับความร่วมมือระหว่างสองประเทศในด้านนี้ต่อไป อีกทั้งได้หารือกับนางเบอาเทอ ไมเนิล-ไรซิงเงอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศสาธารณรัฐออสเตรีย เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความร่วมมือด้านการเมือง เทคโนโลยี พลังงานทางเลือก การพัฒนาคน ทักษะฝีมือแรงงาน และด้านการศึกษา</strong></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edulampang.prd.go.th/th/file/get/file/20260327e3102e5d0c508115a499ee09bd2e96a6140736.jpg' type='image/jpg' length='660178' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิพัฒน์ - ศุภจี - อรรถพล” ออกมาตรการคุมราคาสินค้า ปรับขึ้นน้ำมันดีเซล 50 สตางค์/ลิตร ไม่เกิน 33 บาท/ลิตร ย้ำ ประชาชนประหยัดพลังงาน]]></title>
<link>https://edulampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/489167</link>
<guid isPermaLink="false">1187ff5b0aaefca5e288470932b1b5c4</guid>
<pubDate>Wed, 18 Mar 2026 14:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยระบุว่า ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการราคาน้ำมันของประเทศหลังครบกำหนดมาตรการตรึงราคาน้ำมันในช่วง 15 วันที่สิ้นสุดในวันที่ 17 มีนาคม 2569 ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้มีการประกาศราคาหน้าคลังน้ำมันและโรงกลั่นอย่างชัดเจนเพิ่มเติมจากหน้าสถานีบริการน้ำมัน<br />
.<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล โดยกำหนดเพดานไว้ที่ 33 บาทต่อลิตร แต่จะทยอยปรับครั้งละ 50 สตางค์ต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2569 รวมทั้งเตรียมแผนเพิ่มการใช้ไบโอดีเซลเป็นทางเลือกซึ่งจะมีราคาต่ำ ได้แก่ น้ำมันดีเซล B10 สำหรับรถยนต์ทั่วไป และ B20 สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และขนส่ง นอกจากนี้ จะปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดในอัตราลิตรละ 1 บาท และปรับลดราคาน้ำมัน E20 ลิตรละ 79 สตางค์ ส่งผลให้มีส่วนต่าง 5 บาทต่อลิตร เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาเติม E20 มากขึ้น พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยกันใช้น้ำมันอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด และขออย่าตื่นตระหนกจนกักตุนน้ำมัน ยืนยันว่าประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการใช้ไม่น้อยกว่า 101 วัน<br />
.<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าสินค้าควบคุม 8 รายการที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช และอาหารสัตว์ ขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขอปรับขึ้นราคา และขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้าไว้เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนทั่วประเทศ ส่วนสต๊อกยารักษาโรค นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งการให้ทุกโรงพยาบาลตรวจสอบสต๊อกยา ยืนยันว่ายังมียาเพียงพออีกหลายเดือน พร้อมประสานกับภาคเอกชนและโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์ไม่มีปัญหา</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edulampang.prd.go.th/th/file/get/file/202603279308c7cde8163bec7f6a3820eb5b02bb140526.jpg' type='image/jpg' length='39497' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ สั่งหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ เริ่มมาตรการ Work from Home งดดูงานต่างประเทศ ทันที รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง]]></title>
<link>https://edulampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/489166</link>
<guid isPermaLink="false">50a431c1591a334af1d15544c05c5d4d</guid>
<pubDate>Wed, 11 Mar 2026 14:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;<strong> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เพื่อเป็นการรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานโดยให้เริ่ม Work from Home ทันทีในส่วนงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน งดการเดินทางไปศึกษาดูงานหรือฝึกอบรมในต่างประเทศและให้ปรับรูปแบบเป็นการศึกษาดูงานหรือจัดกิจกรรมภายในประเทศแทน ซึ่งจะต้องคำนึงถึงการให้บริการประชาชนตามมาตรฐานการให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและพลังงานโลกอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถปรับมาตรการได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ขณะที่คณะรัฐมนตรีรับทราบแนวทางมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นตัวอย่างให้กับภาคส่วนอื่น ๆ เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม ใส่เสื้อแขนสั้น งดการใส่สูทผูกเนคไท ยกเว้นมีงานพิธีการ ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ประชุมผ่านระบบออนไลน์ และการทำงานแบบ Work from Home ตามความเหมาะสม ตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ และวางแผนการเดินทางเพื่อลดการใช้พลังงาน อีกทั้ง มอบกรมประชาสัมพันธ์ประสานความร่วมมือสถานีโทรทัศน์ วิทยุ รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ รณรงค์ประหยัดพลังงานในทุกภาคส่วน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทั้งนี้หากสถานการณ์ยกระดับความรุนแรงจนกระทั่งมีผลกระทบต่อการจัดหาพลังงาน เห็นสมควรเสนอแนวทางมาตรการภาคบังคับเพิ่มเติม เช่น ให้หรี่การใช้ไฟฟ้าในป้ายโฆษณาสินค้าหรือบริการ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป และกำหนดระยะเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกินเวลา 22.00 น. หากสามารถลดการใช้น้ำมันลงได้ประมาณ ร้อยละ 5 จะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ประมาณ 3.3 แสนลิตรต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10.45 ล้านบาทต่อเดือน และหากลดการใช้ไฟฟ้าได้ร้อยละ 5 จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ 31 ล้านหน่วยต่อเดือน</strong></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edulampang.prd.go.th/th/file/get/file/20260327c766b5f02ece20415d486878c9d2510f140304.jpg' type='image/jpg' length='1208858' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[คนไทยในตะวันออกกลางเดินทางกลับไทย แล้ว 351 คน รัฐบาล ย้ำ เร่งให้ความช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่อันตรายด้วยความปลอดภัย  ]]></title>
<link>https://edulampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/489160</link>
<guid isPermaLink="false">a64d845d2405a945e625f19fdfe0217b</guid>
<pubDate>Wed, 11 Mar 2026 13:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าปัจจุบันยังไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการสู้รบในตะวันออกกลาง แต่จากสถานการณ์&nbsp; &nbsp;ที่ยังมีความไม่แน่นอน จึงขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงเดินทางไปในตะวันออกกลางและออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลที่อยู่ ช่องทางติดต่อ แก่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้ความช่วยเหลือ ส่วนสายการบิน Qatar Airways ที่ทำการบินบางส่วนนั้นจะมีเที่ยวบินมากรุงเทพมหานคร &nbsp; ในวันที่ 11 มีนาคม 2569 ส่วนการอพยพคนไทยจากอิหร่านซึ่งเป็นกลุ่มที่เหลือเมื่อครั้งอพยพจากอิหร่านรอบแรกเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา จำนวน 23 คน เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว นอกจากนี้ยังมีคนไทยในอิหร่านชุดที่ 2 จำนวน 69 คน กำลังเดินทางออกจากอิหร่านไปยังตุรกีในวันที่ 10 มีนาคม 2569 เช่นเดียวกัน โดยบางส่วนจะเดินทางกลับไทยในวันที่ 11 มีนาคม 2569 ส่วนในประเทศอื่น ๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวก ดูแล ให้คำแนะนำ และประสานงานกับสายการบินในพื้นที่ที่ยังสามารถทำการบินได้ รวมถึงช่วยประสานงานกับหน่วยงานในประเทศที่น่านฟ้ายังคงปิดอยู่เพื่อให้คนไทยสามารถเดินทางไปยังประเทศข้างเคียงและเดินทางกลับไทยหรือไปยังประเทศที่ 3 ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทย&nbsp; ที่ติดค้างและได้รับความช่วยเหลือเดินทางกลับประเทศรวมแล้ว 351 คน ทั้งนี้ย้ำว่ารัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายด้วยความปลอดภัย</strong><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edulampang.prd.go.th/th/file/get/file/2026032751ed75f3555b4536a8d0cfd13f56dfe4135848.jpg' type='image/jpg' length='1290139' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ศุภจี” สั่งควบคุมราคาสินค้า บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน “ท่องเที่ยว” เร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตกค้าง  ]]></title>
<link>https://edulampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/482803</link>
<guid isPermaLink="false">23c0cd2290915bca8133343f88a6c1cd</guid>
<pubDate>Fri, 06 Mar 2026 11:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong> &nbsp;จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดมาตรการเชิงรุก 6 แนวทางสำคัญ เพื่อป้องกันผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการและประชาชน ได้แก่ 1. การบริหารจัดการราคาสินค้าและป้องกันการฉวยโอกาส 2. การจัดหาแหล่งวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตสำรอง 3. การสนับสนุนผู้ส่งออกและบริหารจัดการโลจิสติกส์ 4. การประสานงานใกล้ชิดกับผู้ประกอบการที่ต้องขนส่งสินค้าทางเรือและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ 5. การขับเคลื่อนบทบาทเชิงรุกของทูตพาณิชย์ในการรายงานสถานการณ์การค้าและให้คำแนะนำผู้ประกอบการไทย 6. การวิเคราะห์ผลกระทบต่อเงินเฟ้อและเสถียรภาพราคา โดยกรมการค้าภายในได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงพลังงาน เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาพลังงาน &nbsp;อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยด้านต้นทุนพลังงานที่จะทำให้ผู้ผลิตหรือผู้ค้าปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการ พร้อมย้ำห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยเด็ดขาด และสั่งการประสานไปยังสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าและบริการ ป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา และกำชับผู้ประกอบการให้ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการอย่างชัดเจน ทั้งนี้การฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ การกักตุนสินค้า หรือ กระทำการใดที่ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่กระทรวงมหาดไทย สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ดำเนิน 3 มาตรการ ได้แก่ 1. แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้บริหารจัดการราคาสินค้าและบริการ 2. สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ไม่ตื่นตระหนก และ 3. กำกับดูแลการปฏิบัติงานของส่วนราชการภายในจังหวัดตามแนวทางและมาตรการของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด ด้านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกมาตรการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตกค้างและวีซ่าหมดอายุหากประสงค์จะเดินทางออกนอกประเทศ จะได้รับการยกเว้นค่าเปรียบเทียบปรับ ส่วนผู้ที่ประสงค์จะขออยู่ต่อชั่วคราว จะต้องเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายก่อน จากนั้นจึงจะพิจารณาอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไปได้อีกครั้งละ ไม่เกิน 30 วัน มาตรการดังกล่าวให้มีผลทันทีจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ</strong><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edulampang.prd.go.th/th/file/get/file/2026030626515acd87c038db1426742fa960ef05114133.jpg' type='image/jpg' length='1357058' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ สั่งพลังงาน ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท 15 วัน ยืนยัน น้ำมันเพียงพอ  ขอประชาชนอย่ากักตุน]]></title>
<link>https://edulampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/482801</link>
<guid isPermaLink="false">cac7c1398c90b146539ace65ae13d151</guid>
<pubDate>Fri, 06 Mar 2026 11:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ร่วมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีรายงานคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางได้รับผลกระทบรุนแรง นายกรัฐมนตรีกำชับเอกอัครราชทูตทุกประเทศให้อำนวยความสะดวกแก่คนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับอย่างเต็มที่ หากไม่สามารถเดินทางออกจากประเทศได้โดยตรงจะประสานเคลื่อนย้ายไปยังประเทศที่น่านฟ้ายังเปิดเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะดำเนินการทุกวิถีทางอย่างรวดเร็วและรอบคอบ เพื่อดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศอย่างดีที่สุด สำหรับข้อกังวลถึงผลกระทบด้านพลังงานจากกรณีที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซยืนยันว่ารัฐบาลมีมาตรการบริหารจัดการน้ำมันอย่างรัดกุม สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายจำกัดการส่งออกได้หากมีความจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยมีพลังงานเพียงพอในทุกสถานการณ์ อีกทั้งได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลในราคาลิตรละ 29.94 บาท เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป หลังจากนั้นจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนอีกครั้ง ด้านกระทรวงพลังงาน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี โดยสามารถบริหารจัดการน้ำมันและไฟฟ้าได้ไม่ขาดแคลน ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและกักตุนน้ำมัน ซึ่งการกักตุนน้ำมันในปริมาณมากเข้าข่ายผิดกฎหมายและอาจเกิดอันตรายจากการจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธี</strong></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edulampang.prd.go.th/th/file/get/file/20260306e62084b480495760332155caebc4efc5113924.jpg' type='image/jpg' length='1229179' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[อนุทิน สั่งปรับปรุงกฎหมายต้านทุจริตคอร์รัปชัน ต้องเห็นผลสัมฤทธิ์สูงสุด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนและภาพลักษณ์ประเทศ]]></title>
<link>https://edulampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/475983</link>
<guid isPermaLink="false">c52cb62483fdfabfcd00faff49ff6d2b</guid>
<pubDate>Fri, 13 Feb 2026 09:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#800080;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2568 ประเทศไทยได้ 33 คะแนน และอยู่ในลำดับที่ 116 ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1 คะแนน ถือว่าอยู่ในคะแนนที่ค่อนข้างต่ำอาจตีความได้ว่าเป็นประเทศที่มีการทุจริตสูงและมีความโปร่งใสต่ำ จึงได้สั่งการให้นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เร่งปรับปรุงกฎหมาย ขั้นตอน ระเบียบ รวมทั้ง&nbsp;การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือตรากฎหมายขึ้นมาใหม่ เพื่อทำให้การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้การปฏิรูปรวมถึงเรื่องของระบบอนุมัติ อนุญาต เป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนนักธุรกิจ ผู้ประกอบการต่าง ๆ และยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยจะต้องเร่งทำให้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน ถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง รวมทั้งจะเร่งผลักดันให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสในการดำเนินธุรกรรมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงเสริมสร้างหลักธรรมาภิบาลให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น และจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความน่าเชื่อถือและยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ ยืนยันว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการทำงานต่าง ๆ รวมถึงการยกระดับความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ผ่านแนวคิด One Stop Service โดยจะต้องผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง และเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;</strong></span></p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</strong>(12 ก.พ. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2568 (Corruption Perceptions Index: CPI 2025) ร่วมกับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผลคะแนนดัชนี CPI ประเทศไทยได้ 33 คะแนน และอยู่ในลำดับที่ 116 ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1 คะแนนถือว่าอยู่ในคะแนนที่ค่อนข้างต่ำ อาจตีความได้ว่าเป็นประเทศที่มีการทุจริตสูงและมีความโปร่งใสต่ำ ซึ่งไม่ได้นิ่งนอนใจหลังจากได้รับรายงานได้เชิญเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. มาสอบถามว่ามีเหตุผลหรือมีข้อยืนยันใดที่ทำให้ไทยได้รับการประเมินจากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ 33 คะแนนจาก 100 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 116 จาก 182 ประเทศ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดี อย่างไรก็ตามทราบมาว่ายังมีวิธีการที่จะปรับปรุงแก้ไข ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นอุปสรรคทำให้มองประเทศไทยไม่ดี และได้สั่งการในฐานะรัฐบาลเดิมกับเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. รวมทั้งให้นายบวรศักดิ์เร่งปรับปรุงกฎหมาย ขั้นตอน ระเบียบ รวมทั้งการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือตรากฎหมายขึ้นมาใหม่ เพื่อทำให้การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้การปฏิรูปรวมถึงในเรื่องของระบบอนุมัติ อนุญาต เป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนนักธุรกิจ ผู้ประกอบการต่าง ๆ และยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย จะต้องเร่งทำให้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน ถูกบังคับใช้&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; อย่างจริงจังและจะต้องมีการมอบหมายหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; รัฐบาลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น &nbsp;ป.ป.ท. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) &nbsp;สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมกันหารือและหาวิธีเพื่อทำให้มีความโปร่งใสให้มากที่สุด ตลอดจนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ต้องดำเนินการกับผู้ที่มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน สิ่งเหล่านี้จะต้องได้รับการดำเนินการอย่างเด็ดขาด หากกฎหมายที่มีอยู่ยังไม่พอก็พร้อมที่จะแก้กฎหมายไป การได้ 33 คะแนนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำจะต้องเร่งผลักดันปฏิรูปวิธีการต่อสู้กับปัญหาการทุจริตของประเทศไทยให้มากที่สุด เชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะนำเรื่องนี้ไปดำเนินการต่อเพราะถือเป็นปัญหาสำคัญของชาติ ศาสนา ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของชาติ อีกทั้งยังทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกมาก<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แม้รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ได้มอบหมายให้ทีมเศรษฐกิจดำเนินนโยบาย &ldquo;พลัส&rdquo; เพื่อเร่งเสริมศักยภาพประเทศในทุกมิติ &nbsp;ซึ่งช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยเกือบถูกปรับลดอันดับ &nbsp;ความน่าเชื่อถือจากบริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลก ดังนั้นมาตรการเร่งด่วนประการแรกที่นายเอกนิติ&nbsp;นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอขออนุมัติก่อนปิดปีงบประมาณเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 คือการนำงบประมาณคงเหลือซึ่งปกติสามารถผันไปสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ มาใช้ชำระหนี้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อแสดงให้เห็นถึงวินัยทางการเงินของประเทศ และรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ส่งผลให้อันดับเครดิตของไทยไม่ถูกปรับลด พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันทีมเศรษฐกิจก็ได้ใช้เวทีนานาชาติในการสร้างความเชื่อมั่น และผลักดันสินค้าของไทยสู่ตลาดโลกในระดับพรีเมียม โดยเฉพาะในมิติ&nbsp;ความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งประเทศไทยประสบความสำเร็จในบางประเทศแล้วภายในระยะเวลาอันสั้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ &ldquo;คนละครึ่ง พลัส&rdquo; ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวดีขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่น และการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จากระดับใกล้ศูนย์กลับมาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 1.8 ในช่วงไตรมาสสุดท้ายที่ผ่านมา สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างมีทิศทางชัดเจน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; รัฐบาลเร่งผลักดันให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD: Organization for Economic Co-operation and Development) ซึ่งการเข้าเป็นสมาชิก OECD จะช่วยยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสในการดำเนินธุรกรรมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงเสริมสร้างหลักธรรมาภิบาลให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น &nbsp;ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความน่าเชื่อถือและยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง &nbsp;โดยเฉพาะเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่ได้มอบหมายให้กำกับดูแลการป้องกัน ปราบปราม และปรับปรุงกลไกการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ รวมทั้งดูแลกระบวนการเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ด้วย พร้อมทั้งให้จัดทำกรอบนโยบาย หลักการ และขั้นตอนดำเนินงานอย่างชัดเจน เพื่อส่งต่อให้รัฐบาลชุดถัดไป<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการทำงานต่าง ๆ รวมถึงการยกระดับความสะดวกในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business) ผ่านแนวคิด One Stop Service ซึ่งได้กล่าวมาอย่างต่อเนื่อง และครั้งนี้จะต้องผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยบูรณาการความร่วมมือและมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีติดตามและขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญและมุ่งเน้นเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยกำชับให้การปฏิบัติหน้าที่ของทุกส่วนราชการต้องเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส &nbsp;เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้การบริการแก่ผู้ประกอบการและประชาชนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้หากพบการฝ่าฝืนหรือใช้อำนาจโดยมิชอบ จะดำเนินการลงโทษทางปกครองหรือทางวินัยอย่างเด็ดขาด ซึ่งเกี่ยวข้องไปถึงการใช้ดุลพินิจของผู้ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานราชการต่าง ๆ ด้วย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; รัฐบาลจะดำเนินการภายใต้รูปแบบการบริหารราชการแผ่นดินแบบใหม่ บนพื้นฐานของระบอบรัฐสภาและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล และร่วมกันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ไม่ให้เกิดความเสียหายหรือความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ พร้อมกันนี้ รัฐบาลจะยกระดับการปราบปรามปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ ให้เป็นวาระแห่งชาติ ควบคู่กับการติดตามผลคะแนนดัชนี CPI 2025 อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งปรับปรุงแก้ไขในประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้ประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลได้รับทราบปัญหาแล้วและกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเต็มที่ เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ด้านนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวถึงปัญหาที่พบได้บ่อย คือ การขออนุมัติและอนุญาตต่าง ๆ ทั้งจากนักลงทุนผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศ &nbsp;ทั้งนี้ &nbsp;ป.ป.ท ได้ขับเคลื่อนให้ผู้ที่มีอำนาจในการอนุมัติอนุญาตต่าง ๆ ต้องปฏิบัติให้อยู่ในกรอบตามระเบียบตามวินัยที่ควรจะต้องดำเนินการ ซึ่งขณะนี้มีเรื่อง พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน ที่นายบวรศักดิ์ &nbsp;จะมาดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเข้มข้น แม้คะแนน CPI ที่ดูเหมือนจะลดลง แต่ก็มีคะแนนบางตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างมี นัยยะสำคัญ ที่จะเห็นได้คือ CPI ประเมินแหล่งข้อมูลประเทศไทยอยู่ 9 แหล่ง มีอยู่ 1 แหล่งที่คะแนนเพิ่มขึ้น&nbsp;คือ PERC Asia Risk Guide คือ การให้คะแนนการคอร์รัปชันในประเทศที่อาศัยอยู่ทำงานเป็นอย่างไร ซึ่งดูย้อนหลังพบว่ามีคะแนนสูงขึ้นทุกปี มีเรื่องดีในเรื่องร้ายอย่างไรก็ตามคะแนน CPI ถือเป็นเครื่องสะท้อนภาพลักษณ์ของแต่ละประเทศ<br />
&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edulampang.prd.go.th/th/file/get/file/202602136ec0edc85e6306eac8a2123e4028c853095851.jpg' type='image/jpg' length='1333690' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. รับทราบมาตรการด้านวีซ่า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ ]]></title>
<link>https://edulampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/475635</link>
<guid isPermaLink="false">1dc51d046f3a68337e1c685afbe3eaa8</guid>
<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 11:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; คณะรัฐมนตรี มีมติรับทราบมาตรการและแนวทางการตรวจลงตรา (Visa) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยตามที่กระทรวงการต่างประเทศ เสนอ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาแล้วตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 มีมาตรการแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 1. มาตรการระยะสั้น กำหนด 93 ประเทศ/ดินแดน ได้รับยกเว้นการตรวจลงตรา (ไม่ต้องขอวีซ่า) เพื่อการท่องเที่ยว ทำงานหรือการติดต่อธุรกิจ ระยะสั้นอยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกิน 60 วัน และกำหนดรายชื่อ 31 ประเทศ/ดินแดน ที่เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวสามารถขอวีซ่าได้ที่ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival: VOA) อีกทั้งอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อท่องเที่ยวและทำงานทางไกล เป็นกรณีพิเศษ รวมทั้งอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อศึกษา หรือศึกษาและทำงาน เป็นกรณีพิเศษ 2. มาตรการระยะกลาง จัดกลุ่มและปรับลดรหัสกำกับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant) จากเดิม 17 รหัส เหลือ 7 รหัส และขยายการเปิดให้บริการการตรวจลงตราอิเล็กทรอนิกส์ (e-Visa) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นมา และ&nbsp; 3. มาตรการระยะยาว ได้พัฒนาระบบ ตม.6 ออนไลน์ (Thailand Digital Arrival Card: TDAC) ขึ้นแทนระบบ Electronic Travel Authorization (ETA) (ระบบการตรวจสอบและอนุมัติการเดินทางล่วงหน้าทางออนไลน์ สำหรับชาวต่างชาติที่ได้รับยกเว้นวีซ่า) เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา ส่วนเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้กำหนดรายชื่อประเทศในระยะที่สองจำนวน 8 ประเทศ สำหรับผู้ที่จะขอวีซ่าแบบ VOA และการปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขอวีซ่าสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่ประสงค์ใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทย&nbsp;</strong></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edulampang.prd.go.th/th/file/get/file/20260212c5d5e4e6bbe97f3da2e6fe27eed2015f110521.jpg' type='image/jpg' length='1527110' />
</item>
</channel>
</rss>
